จากกรณีที่มีข่าวลือเกี่ยวกับนักการเมืองไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าได้มีการหารือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้จริง แต่ไม่มีการพูดถึงข้อมูลนักการเมืองไทยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์แต่อย่างใด
นายกฯ ยันคุยปธน.เกาหลีใต้ ไม่มีข้อมูลนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์
“อนุทิน” โยนถาม ผบ.ตร. เรื่องข้อมูลแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมลั่น ไม่ว่านักการเมืองหน้าไหนเอี่ยว จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าคุยกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้เกือบครึ่งชั่วโมง แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องข้อมูลนักการเมืองไทย ยินดีให้ “สส.โรม” เข้าพบ แต่ต้องมีหลักฐานไม่ใช่พูดลอยๆ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับกรณีสถานทูตเกาหลีได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเรื่อง 7 นักการเมืองไทยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ไม่เป็นความจริง และถามว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดหรือไม่ เนื่องจากประชาชนต้องการเห็นรัฐบาลเดินหน้าในเรื่องนี้ นายอนุทินได้ตอบโต้ผู้สื่อข่าวทันทีว่า “ถามไม่ได้ เมื่อไม่เป็นความจริงก็ต้องไม่ถามต่อ ไม่เอา ถามไม่ได้” และย้ำว่าตนเองได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังอยู่แล้ว และในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้จับกลุ่มขบวนการที่มีวงเงินหลายหมื่นล้านบาท ผู้สื่อข่าวต้องไปสอบถาม ผบ.ตร. เพราะรายงานข้อมูลมาเป็นชุด ซึ่งตัวเลขที่แม่นยำจะให้ ผบ.ตร. เป็นคนแถลงเรื่องนี้ แต่ในกรณีที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีเกาหลีได้ส่งข้อมูล 7 นักการเมืองนั้น ท่านก็ได้ออกมาแถลงแล้วเช่นกัน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า เมื่อสองวันที่แล้วที่ประเทศลาว ตนเองก็ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีของเกาหลีใต้เกือบครึ่งชั่วโมง และก็ไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา แสดงว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่เมื่อเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่มีการละเว้นไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือใครก็ตาม เพราะสแกมเมอร์ถือเป็นศัตรูสำคัญของประเทศและของโลกไปแล้ว และมีผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเรื่องนี้จำนวนมาก
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ต่อให้มีคนของรัฐบาลหรือไม่มี ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดถึงที่สุด
สส. โรมมีข้อมูลนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์?
ส่วนที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่ามีข้อมูลนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หากมีข้อมูลจะนำไปขยายผลและยินดีที่จะให้นายรังสิมันต์ โรม มาเข้าพบ แต่ต้องมีหลักฐาน และสามารถนำไปใช้ดำเนินคดีต่อไปได้ แต่จะพูดลอยๆ ไม่ได้ ตนเองอยากจะเชิญนายรังสิมันต์ โรม มาหารือด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนที่ให้เบาะแสมาตั้งแต่สมัยปราบแหล่งอาชญากรรมใหญ่ที่อำเภอแม่สอดแล้ว
ส่วนที่เคยบอกว่าตนเองตัดไฟฟ้าพื้นที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ช้า แต่สิ่งที่กฎหมายระบุไว้ไม่ได้พูดถึง นายอนุทินกล่าวว่า ทันทีที่ สมช. มีมติให้ตัดไฟ เราก็ตัดไฟในวันนั้นเลย และย้ำว่าเราจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่มีอยู่ โดยจะไม่ช้าแน่นอน
ผู้สื่อข่าวจึงถามนายกรัฐมนตรีว่าประชาชนฝากความหวังไว้กับรัฐบาลของนายอนุทิน แม้จะเข้ามาบริหารประเทศในช่วงระยะสั้น โดยนายอนุทินกล่าวว่าเข้าใจถึงความคาดหวังและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และวันนี้การคุกคามต่างๆ ไม่เกิดขึ้นแล้ว การจับสแกมเมอร์ต่างๆ ก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งการยึดทรัพย์และการดำเนินคดี ซึ่งตำรวจกำลังจะออกมาแถลง ส่วนที่ตนเองตั้งคณะกรรมการปราบปรามสแกมเมอร์ขึ้นมานั้น ในวันพรุ่งนี้ เวลา 16:00 น. ก็จะมีการหารือชุดใหญ่ และจะแบ่งงานกันเลยว่ากระทรวงยุติธรรมจะทำอะไร สำนักงาน ปปง. ต้องทำอะไร สตช. และกระทรวง DE อว. ต้องร่วมกันทำ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราก็ทำมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติและอธิปไตย หากผู้สื่อข่าวมาถามว่าแผนของรัฐบาลเป็นอย่างไร ถ้าออกมาบอกหมด เขาก็จะแก้ไขได้หมด อะไรที่เราเปิดเผยได้เราก็จะเปิดเผย แต่สิ่งที่พูดได้อย่างมั่นใจคือไม่มีนโยบายใดเลยที่เราจะยอมลดราวาศอกให้กับสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งตนเองก็พูดได้เท่านี้ และก็จะปล่อยให้คนที่มีหน้าที่ไปทำ เหมือนกับเรื่องยาเสพติดที่บอกว่าไม่ได้ทำ จนทุกวันนี้เขาสามารถขนออกมาจากเมียนมาไปจนถึงอีสานใต้อยู่แล้ว แสดงว่าเส้นทางเดิมใช้ไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนวิธีการและเปลี่ยนเส้นทาง
จากข้อมูลที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ควรที่จะระมัดระวังตัวและไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้
ที่มา – นายกฯ บอก คุย ปธน.เกาหลีใต้เป็นครึ่งชั่วโมง ไม่มีข้อมูล 7 นักการเมืองไทยเอี่ยวสแกมเมอร์


