วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ เมื่อ “ปกรณ์วุฒิ” อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินหน้าบุกไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือขอเปิดเอกสารหลักฐานทั้งหมดในคดี “ศักดิ์สยาม” ชิดชอบ ที่ถูกกล่าวหาว่าปกปิดทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนบุรีเจริญฯ นี่คือเหตุการณ์ที่หลายคนจับตา เพราะมันโยงไปถึงความโปร่งใสขององค์กรอิสระเลยทีเดียว
“ปกรณ์วุฒิ” บุก ป.ป.ช. จี้เปิดหลักฐานไต่สวนคดี “ศักดิ์สยาม” ชี้คดีไม่ชอบมาพากล
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปกรณ์วุฒิใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร 2540 ยื่นขอเข้าตรวจสอบและถ่ายสำเนาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ตัวเขาเองเป็นหนึ่งในผู้ร้องเรียน โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ยกคำร้องไปแล้ว แต่ปกรณ์วุฒิไม่ยอมแพ้ ยังคงเรียกร้องความจริง
ทำไมถึงต้องบุกไปจี้แบบนี้? เพราะปกรณ์วุฒิชี้ว่าคดีนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยรับหลักฐานคล้ายๆ กัน เขาอยากรู้ว่า ป.ป.ช. ใช้หลักฐานชุดเดียวกันหรือต่างกันยังไง และทำไมถึงยกคำร้องทั้งที่ดูเหมือนมีเจตนาปกปิดชัดเจน
เอกสารสำคัญที่ปกรณ์วุฒิยื่นขอจาก ป.ป.ช.
เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ นี่คือรายการเอกสารที่เขายื่นขอแบบครบถ้วนเลยครับ:
- รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวนคดี
- บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
- คำชี้แจงของนายศักดิ์สยามที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.
- ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่เกี่ยวข้อง
- รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับคดีนี้
- คำวินิจฉัยหรือมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคดี
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อนหน้านี้ นายวีระ สมความคิด และสำนักข่าว The Matter เคยขอเอกสารลักษณะเดียวกันตั้งแต่ปี 2561-2562 แต่ ป.ป.ช. ปฏิเสธ สุดท้ายเรื่องไปถึงคณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสาร คำวินิจฉัย สค.334/2562 ชี้ว่าต้องเปิดเผยได้ เพราะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและไม่กระทบการไต่สวนที่เสร็จสิ้นแล้ว
ศาลปกครองสั่งเปิด: ป.ป.ช. จะยื้ออีกหรือ?
แม้จะมีคำวินิจฉัยแล้ว ป.ป.ช. ก็ยังไม่ยอมเปิด จนคดีไปสู่ศาลปกครอง และในปี 2566 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งให้เปิดข้อมูลทั้งหมด โดยระบุว่าข้อมูลที่วินิจฉัยเสร็จแล้ว ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ปกรณ์วุฒิจึงคาดหวังว่า ป.ป.ช. จะไม่ยกข้ออ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข่าวสารลับมาขัดขวางอีก และจะส่งข้อมูลมาให้เร็วๆ นี้ เพื่อยืนยันความโปร่งใส
มาดูสารessence ของคดีกันครับ ข้อหาคือการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จปี 2562 โดยปกปิดห้างหุ้นส่วนบุรีเจริญฯ ปกรณ์วุฒิย้ำว่าการพิสูจน์เจตนาต้องดูพฤติกรรมก่อนยื่นบัญชี ไม่ใช่เหตุการณ์หลังจากนั้น การยกคำร้องจึงดูไม่สมเหตุสมผล เขายังตั้งคำถามถึงหลักฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้แต่ ป.ป.ช. ไม่ใช้ ทำไมถึงละเลย?
โยง “ระบอบสีน้ำเงิน”: ความเป็นอิสระขององค์กรอยู่ไหน?
ปกรณ์วุฒิไม่หยุดแค่นั้น ยังชี้ถึง “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่โยงใยกันในหลายคดี เช่น คดีฮั้ว สว. ซึ่ง สว. มีอำนาจตั้งองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้เกิดคำถามว่าประเทศนี้ถูกครองโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ โดยไม่ยึดหลักนิติรัฐ สิ่งนี้ทำให้สังคมต้องตื่นตัว ตรวจสอบองค์กรอิสระให้เข้มงวดขึ้น
จากมุมมองของผม คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความโปร่งใสสำคัญแค่ไหนต่อประชาธิปไตย ถ้า ป.ป.ช. เปิดเอกสารจริง เราจะเห็นภาพชัดว่าความยุติธรรมทำงานยังไง หรือมีอะไรปกปิดไว้ มันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นการเมืองไทยโปร่งใสขึ้น ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ สนับสนุนการตรวจสอบเพื่อชาติที่สะอาด!
ที่มา – “ปกรณ์วุฒิ” บุก ป.ป.ช. จี้เปิดหลักฐานไต่สวนคดี “ศักดิ์สยาม” ชี้คดีไม่ชอบมาพากล


