ปชน. จี้นายกฯ ตอบปัดตกร่างกฎหมายปลดล็อกสนุกเกอร์ หลังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลต่อร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ที่มีเป้าหมายแยกกีฬาสนุกเกอร์และบิลเลียดออกจากบัญชีการพนัน โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงเรื่องการแก้กฎหมายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของนักกีฬา เยาวชน ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และผู้ประกอบการที่อยู่ในวงการกีฬาชนิดนี้
กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลังมีหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า นายกรัฐมนตรีมีบัญชาไม่รับรองร่างกฎหมาย ขณะที่ต่อมานายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้บอกว่าจะไม่เซ็น และระบุว่ากำลังพิจารณาเรื่องอยู่ ความแตกต่างระหว่างเอกสารราชการกับคำให้สัมภาษณ์จึงทำให้ฝ่ายค้านและประชาชนตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานภายในรัฐบาล
ปชน. จี้นายกฯ ตอบปัดตกร่างกฎหมายปลดล็อกสนุกเกอร์
นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 พรรคประชาชน ระบุว่า กฎหมายการพนันฉบับปัจจุบันมีอายุยาวนานกว่า 90 ปี และอาจไม่สอดคล้องกับบริบทของกีฬาสนุกเกอร์ในปัจจุบัน เพราะสนุกเกอร์ได้พัฒนาเป็นกีฬาอาชีพ มีการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงมีนักกีฬาไทยสร้างชื่อเสียงในเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง
ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ถูกผลักดันจากความร่วมมือระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักกีฬา และสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกฎหมายถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงิน จึงต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณารับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 134 และท้ายที่สุดมีหนังสือแจ้งว่าไม่รับรองร่างดังกล่าว
ปชน. จี้นายกฯ ตอบปัดตกร่างกฎหมายปลดล็อกสนุกเกอร์อย่างชัดเจน
ประเด็นที่พรรคประชาชนต้องการคำตอบจากรัฐบาล คือเหตุผลที่แท้จริงของการไม่รับรองร่างกฎหมาย เพราะการปลดล็อกสนุกเกอร์ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดเสรีการพนันทั้งหมด แต่เป็นการทบทวนสถานะของกีฬาที่มีระบบการแข่งขัน มีองค์กรกำกับดูแล และมีนักกีฬาที่ประกอบอาชีพอย่างจริงจัง
นายนนท์ตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณ รายได้ของรัฐ การควบคุมการพนัน หรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็ควรชี้แจงให้สังคมรับทราบอย่างตรงไปตรงมา การตอบเพียงว่าไม่รับรองโดยไม่อธิบายรายละเอียด อาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องไม่เข้าใจว่ารัฐบาลมองเห็นอนาคตของวงการสนุกเกอร์อย่างไร
ในมุมของคนในวงการกีฬา การปลดล็อกอาจช่วยสร้างโอกาสหลายด้าน เช่น
- เปิดทางให้เยาวชนเข้าสู่ระบบการฝึกซ้อมและการแข่งขันอย่างถูกต้อง
- เพิ่มโอกาสให้นักกีฬาไทยพัฒนาสู่เวทีระดับนานาชาติ
- สนับสนุนการสร้างอาชีพให้กับผู้ฝึกสอน ผู้จัดการแข่งขัน และบุคลากรด้านกีฬา
- ลดความสับสนในการบังคับใช้กฎหมายกับสถานที่ฝึกซ้อมหรือจัดการแข่งขัน
- ช่วยให้หน่วยงานรัฐออกแบบมาตรการกำกับดูแลได้เหมาะสมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การแก้กฎหมายก็จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้สถานที่เล่นกีฬาแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่การพนันผิดกฎหมาย รัฐบาลสามารถกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องใบอนุญาต อายุผู้เข้าใช้บริการ การตรวจสอบการแข่งขัน และการควบคุมธุรกรรมได้ ดังนั้น การถกเถียงจึงควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน มากกว่าการเหมารวมว่าสนุกเกอร์เป็นเรื่องการพนันเพียงอย่างเดียว
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามต่อคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งที่มีหนังสือราชการแจ้งการไม่รับรองร่างกฎหมายออกมาก่อนหน้านี้ โดยเธอมองว่าความไม่สอดคล้องดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นายกรัฐมนตรีรับทราบรายละเอียดของเอกสารที่ลงนามหรือไม่
ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเป็นการตั้งคำถามทางการเมืองและควรเปิดโอกาสให้รัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ประชาชนต้องการทราบคือเอกสารดังกล่าวผ่านขั้นตอนใด ใครเป็นผู้เสนอความเห็น และนายกรัฐมนตรีได้พิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายมากน้อยเพียงใด หากมีความคลาดเคลื่อนระหว่างหนังสือราชการกับคำพูดของผู้นำรัฐบาล ก็ควรเร่งตรวจสอบเพื่อสร้างความชัดเจน
เรื่องนี้ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ของการปรับปรุงกฎหมายไทยที่บางฉบับอาจไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม กีฬาหลายประเภทมีการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรม มีระบบอาชีพ และสร้างรายได้ให้ประเทศ แต่กฎหมายที่ล้าสมัยอาจกลายเป็นข้อจำกัดโดยไม่ตั้งใจ การพิจารณาแก้ไขจึงควรมองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การคุ้มครองเยาวชน และการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กัน
ท้ายที่สุด รัฐบาลควรตอบคำถามต่อสาธารณะด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดจึงไม่รับรองร่างแก้ไขกฎหมาย และมีแนวทางสนับสนุนกีฬาสนุกเกอร์ในอนาคตหรือไม่ ส่วนประชาชนควรติดตามกระบวนการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะคำตอบของเรื่องนี้อาจเป็นตัวชี้วัดว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกีฬาอาชีพและการปรับกฎหมายให้ทันสมัยเพียงใด
ที่มา – ปชน. จี้นายกฯ ตอบปัดตกร่างกฎหมายปลดล็อกสนุกเกอร์ ซัดเซ็นเอกสารแบบไม่ได้อ่าน


