ปชป. ลุยยกร่างคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” พบหลักฐานใหม่ใบสั่งล้วงลูกประมูล สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าด้วยสองแนวทางหลัก เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ปชป. ลุยยกร่างคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” พบใบสั่งล้วงลูกประมูล จี้ ป.ป.ช. ทบทวนมติ
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวหลังการประชุม ส.ส. ของพรรค โดยเปิดเผยความคืบหน้าที่น่าจับตา พรรคกำลังเร่งรัดยกร่างคำร้องในสองเส้นทางคู่ขนาน เพื่อท้าทายมติของ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องคดีดังกล่าว ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่พรรคตรวจพบ
สองแนวทางหลักของปชป. ลุยยกร่างคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม”
- แนวทางแรก: ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 236 – ร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน กำลังยกร่างคำร้องเพื่อรวบรวมรายชื่อ ส.ส. ยื่นต่อประธานสภา จากนั้นส่งศาลฎีกาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีนี้ เนื่องจากมีข้อสงสัยในคำวินิจฉัยที่ไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน
- แนวทางที่สอง: ยื่นขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติ – พบหลักฐานใหม่สำคัญสุด นั่นคือ “หนังสือสั่งการ” จากนายศักดิ์สยาม ในสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคมนาคม สั่งให้หน่วยงานในสังกัดแจ้งให้ทราบก่อนทุกครั้งที่มีการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง หลักฐานชิ้นนี้ชี้ชัดถึงการแทรกแซงที่อาจขัดกฎหมายป.ป.ช. เรื่องความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่ง ป.ป.ช. ยังไม่เคยพิจารณา
นายสาทิตย์ เน้นย้ำว่า หนังสือสั่งการฉบับนี้เป็นหลักฐานน้ำหนักหน่วงที่พิสูจน์การล้วงลูกการประมูลได้อย่างชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่จะบังคับให้ ป.ป.ช. ต้องทบทวนมติใหม่ เพื่อสร้างบรรทัดฐานการตรวจสอบที่โปร่งใส
กำหนดการยื่นคำร้องและความคืบหน้า
คณะทำงานของพรรคคาดว่าจะยกร่างคำร้องเสร็จสมบูรณ์ภายในสัปดาห์นี้ และพร้อมยื่นต่อ ป.ป.ช. ในต้นสัปดาห์หน้า การเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระบวนการตรวจสอบนักการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
พื้นหลังคดี “ศักดิ์สยาม” และประเด็นทุจริตการประมูล
คดีนี้เริ่มต้นจากข้อกล่าวหาว่านายศักดิ์สยาม ในฐานะรัฐมนตรีคมนาคม เข้าไปแทรกแซงการประมูลโครงการสำคัญของกระทรวง เช่น โครงการรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งอื่นๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากญาติหรือบุคคลใกล้ชิดมีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. เคยสอบสวนแต่ตัดสินยกคำร้องไปแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ามีหลักฐานใหม่ที่หลุดรอดการพิจารณา โดยเฉพาะใบสั่งล้วงลูกที่สั่งให้รายงานทุกประมูลตรงถึงรัฐมนตรี ซึ่งผิดหลักธรรมาภิบาล
ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่คดีบุคคล แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบการเมืองไทย ที่ผู้มีอำนาจมักใช้ตำแหน่งแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้ประชาชนสูญเสียโอกาสจากโครงการคุณภาพต่ำหรือต้นทุนสูงเกินจริง
ผลกระทบหาก ป.ป.ช. ทบทวนมติสำเร็จ
หาก ป.ป.ช. ยอมรับทบทวนและเปลี่ยนมติ จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญ ช่วยยกระดับการปราบปรามทุจริต โดยเฉพาะในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและกระทรวงมหาดไทยคมนาคม นอกจากนี้ การใช้ ม.236 ยังแสดงให้เห็นว่าสภาและศาลสามารถกำกับ ป.ป.ช. ได้ หากมีข้อบกพร่องในการวินิจฉัย
พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคเก่าแก่ กำลังแสดงบทบาทฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ายังมีนักการเมืองที่ใส่ใจความโปร่งใส การติดตามคดีนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพการเมืองไทยที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวของปชป. ลุยยกร่างคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” นี้? เชื่อว่าจะนำไปสู่ความยุติธรรมได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ปชป. ลุยยกร่างคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” พบใบสั่งล้วงลูกประมูล จี้ ป.ป.ช. ทบทวนมติ


