'พาณิชย์' ร่วมถก รมต.การค้าอาเซียน เตรียมลงนามยกระดับการค้าสินค้า ต.ค.นี้

“พาณิชย์” ร่วมถก รมต.การค้าอาเซียน เตรียมลงนามยกระดับการค้าสินค้า ต.ค.นี้

กระทรวงพาณิชย์ของไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการค้าภูมิภาคอาเซียน ล่าสุด “พาณิชย์” ร่วมถก รมต.การค้าอาเซียน เตรียมลงนามยกระดับการค้าสินค้า ต.ค.นี้ โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“พาณิชย์” ร่วมถก รมต.การค้าอาเซียน เตรียมลงนามยกระดับการค้าสินค้า ต.ค.นี้

ในวันที่ 23 กันยายน 2567 นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน ครั้งที่ 39 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย การประชุมนี้มุ่งเน้นไปที่การผลักดันการดำเนินการด้านการค้าสินค้าที่สำคัญของอาเซียน รวมถึงการสรุปผลการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (Upgraded ATIGA) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาการค้าในภูมิภาค

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการปรับโอนพิกัดศุลกากรของตารางการลดภาษีให้สอดคล้องกับระบบพิกัดศุลกากรฉบับล่าสุดขององค์การศุลกากรโลก (HS 2022) เพื่อให้การค้าสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภายในภูมิภาคและการต่อต้านการฉ้อฉลถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งจะช่วยรับประกันว่าสินค้าที่ค้าขายกันในอาเซียนมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ

นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์
นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์

ผลการเจรจาและการลงนามพิธีสารแก้ไข Upgraded ATIGA

จากข้อมูลที่ได้ อาเซียนได้สรุปผลการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียนเรียบร้อยแล้ว และเตรียมลงนามพิธีสารแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (Upgraded ATIGA) ในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียนเดือนตุลาคมนี้ การแก้ไขนี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนให้รองรับรูปแบบการค้าใหม่ๆ เช่น การค้าในภาวะวิกฤต การค้าที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มกลไกแก้ไขข้อพิพาททางการค้าเพื่อให้การค้าดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยทุกประเทศสมาชิกตกลงเร่งรัดกระบวนการภายในเพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับใช้ในปี 2570 ซึ่งจะเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

อาเซียนยังเห็นพ้องกันในการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย การหลีกเลี่ยงมาตรการ และการฉ้อฉลถิ่นกำเนิดสินค้า สิ่งเหล่านี้จะสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใสและมั่นคงทางชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับประกันว่าสินค้าส่งออกไปยังตลาดใหญ่เช่นสหรัฐฯ มีถิ่นกำเนิดจากอาเซียนจริง

การพัฒนาระบบ ASEAN Single Window เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า

อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือการพัฒนาผ่านระบบ ASEAN Single Window (ASW) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าภายในภูมิภาค ปัจจุบันระบบนี้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และใบขนสินค้าของอาเซียน (ASEAN Customs Declaration Document) ได้ครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว

นอกจากนี้ ยังกำลังเร่งรัดการแลกเปลี่ยนข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto certificate) และใบรับรองสุขภาพสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Animal Health certificate) ให้ครอบคลุมทุกประเทศ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำที่สามารถแลกเปลี่ยน e-Phyto certificate แล้ว และกำลังทดสอบระบบ e-Animal Health certificate กับอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยลดเวลาและต้นทุนในการค้าขายสินค้าเกษตรและสัตว์

  • ระบบ ASW ช่วยลดขั้นตอนเอกสารจากหลายวันเหลือไม่กี่ชั่วโมง
  • เพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสทุจริต
  • สนับสนุนการค้าสินค้าไทยสู่ตลาดอาเซียนได้ดียิ่งขึ้น

การริเริ่มเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมเศรษฐกิจอาเซียนเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในภาคการผลิตและส่งออก ที่จะได้รับโอกาสใหม่ๆ จากการค้าที่ไร้พรมแดนมากขึ้น

จากมุมมองของผู้เขียน การลงนามยกระดับการค้าสินค้าครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับอาเซียน โดยเฉพาะไทยที่สามารถใช้ประโยชน์จากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวรับมือกับโอกาสเหล่านี้โดยศึกษากฎเกณฑ์ใหม่และปรับกลยุทธ์การส่งออกให้สอดคล้อง หากคุณเป็นนักธุรกิจ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในตลาดอาเซียน

ที่มา – “พาณิชย์” ร่วมถก รมต.การค้าอาเซียน เตรียมลงนามยกระดับการค้าสินค้า ต.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: