“พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเปิดทางให้ยกเว้น 8 ธุรกิจต่างด้าว ในหมวดบริการ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์อีกต่อไป เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 และถูกมองว่าเป็นการตัดอำนาจสำคัญของหน่วยงานรัฐในการกำกับดูแล
ทำไมเรื่อง “พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์ ถึงเป็นประเด็นร้อน? เพราะหลายธุรกิจในกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และข้อมูลประชาชน ซึ่งตามหลักสากลควรอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างเข้มงวด เช่น บริการขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียมที่ถือเป็นสมบัติของชาติ การปลดล็อกครั้งนี้ทำให้บริษัทต่างด้าวหลุดพ้นจากการกำกับดูแลหลักของ พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้จะได้รับอนุญาตจากกฎหมายอื่น แต่กระทรวงพาณิชย์ก็จะสูญเสียอำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุม
8 ธุรกิจต่างด้าวที่ถูกปลดล็อกมีอะไรบ้าง?
แม้รายละเอียดจะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่จากร่างกฎหมาย คาดว่าประกอบด้วยบริการที่ sensitive ดังนี้
- บริการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม
- บริการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
- บริการโทรคมนาคมและดาวเทียม
- บริการจัดการข้อมูลประชาชนและฐานข้อมูล
- บริการท่องเที่ยวและโรงแรมระดับสูง
- บริการที่ปรึกษาทางการเงินและบัญชี
- บริการขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามชาติ
- บริการด้านสุขภาพและการแพทย์เฉพาะทาง
ธุรกิจเหล่านี้หากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาครองโดยปราศจากการตรวจสอบที่เข้มข้น อาจนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ของคนไทยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบจากการตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์
นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมธุรกิจต่างด้าว จะหมดสิทธิ์ในการตรวจสอบอย่างละเอียด ส่งผลให้เกิดช่องโหว่หลายประการ เช่น
- กระทบความมั่นคงชาติ: ทรัพยากรปิโตรเลียมอาจถูกต่างชาติผูกขาด
- ข้อมูลประชาชนรั่วไหล: ธุรกิจฐานข้อมูลขาดการคุ้มครอง
- เศรษฐกิจไทยเสียเปรียบ: SME ไทยแข่งขันไม่ได้กับทุนต่างชาติ
- ขาดกลไกบังคับใช้: ไม่มีอำนาจสั่งหยุดหรือลงโทษหากผิดกฎ
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงนี้คล้ายกับการเปิดประตูให้ทุนต่างชาติทะลักเข้าโดยไม่มีการกรอง สอดคล้องกับนโยบายเปิดประเทศ แต่ขาดสมดุลในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ
นายพีระพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผลกระทบสำคัญคือกระทรวงพาณิชย์จะหมดอำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุม แม้จะมีการอนุญาตตามกฎหมายอื่นก็ตาม ซึ่งส่งผลต่อกลไกการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” คำเตือนนี้ชวนให้คิดถึงอนาคตเศรษฐกิจไทย หากไม่มีการแก้ไข
เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดให้ธุรกิจ 3 ประเภทต้องขออนุญาต โดยประเภท 3 เป็นบริการที่กระทรวงพาณิชย์กำกับ การยกเว้น 8 รายการจึงเป็นการตัดวงจรการคุมเข้มที่ผ่านมา นักกฎหมายบางคนมองว่านี่อาจนำไปสู่คดีความในอนาคต หากเกิดข้อพิพาท
ในยุคที่การลงทุนต่างชาติเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อน GDP การปลดล็อกนี้อาจดึงดูดเงินทุนมหาศาล แต่ต้องถามว่าคนไทยได้ประโยชน์จริงหรือ? จากประสบการณ์ในอดีต เช่น การประมูล 3G/4G ที่ต่างชาติเข้ามาครองตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยล้มหายตายจาก
สุดท้ายแล้ว “พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่รัฐบาลควรรับฟัง ควรมีคณะกรรมการอิสระมาตรวจสอบร่างกฎหมายนี้ก่อนบังคับใช้จริง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการเปิดรับทุนต่างชาติกับการปกป้องชาติ คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงกว้างขวางยิ่งขึ้น
ที่มา – “พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์


