การเดินทางทางอากาศกำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อการพัฒนาเมืองและภูมิภาค กระทรวงคมนาคมจึงเดินหน้าแนวคิด ยกระดับสนามบินภูมิภาค ให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่เชื่อมต่อระบบขนส่งหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับขึ้นและลงเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่ตัวเมือง แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และประเทศเพื่อนบ้าน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “Airport for Regional Development” ซึ่งมุ่งใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้โดยสารตั้งแต่ออกจากอาคารผู้โดยสารจนถึงจุดหมายปลายทาง การเดินทางควรสะดวก ปลอดภัย มีข้อมูลชัดเจน และมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม
ยกระดับสนามบินภูมิภาค สู่ศูนย์กลางขนส่งครบวงจร
หัวใจสำคัญของการพัฒนาคือการเชื่อมต่อระบบขนส่งแบบไร้รอยต่อ ผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสนามบินควรสามารถต่อรถโดยสารสาธารณะ รถรับส่ง รถแท็กซี่ รถผ่านแอปพลิเคชัน สถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางย้อนเข้าไปในตัวเมืองเพื่อเปลี่ยนพาหนะ
การออกแบบพื้นที่สนามบินจึงต้องมองภาพรวมมากกว่าการขยายอาคารหรือเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องพิจารณาปริมาณผู้โดยสาร สภาพการจราจร ระบบขนส่งเดิม แผนพัฒนาจังหวัด และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบจุดเชื่อมต่อที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด
ยกระดับสนามบินภูมิภาค ด้วยระบบขนส่งที่เข้าถึงง่าย
องค์ประกอบที่ควรมีในพื้นที่เชื่อมต่อการเดินทาง ได้แก่ จุดจอดรถรับส่งที่เป็นระเบียบ พื้นที่รับส่งผู้โดยสาร จุดบริการรถสาธารณะและรถผ่านแอปพลิเคชัน ป้ายบอกเส้นทาง ตารางเวลา และอัตราค่าโดยสารที่อ่านง่าย นอกจากนี้ยังควรมีพื้นที่พักคอย จุดให้ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงทางลาดและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้โดยสารที่มีสัมภาระจำนวนมาก
- จัดระบบจราจรหน้าอาคารผู้โดยสารให้ปลอดภัยและไม่แออัด
- กำหนดจุดจอดรถโดยสาร รถรับจ้าง และรถรับส่งให้ชัดเจน
- แสดงข้อมูลเส้นทางและค่าโดยสารอย่างโปร่งใส
- เชื่อมต่อสนามบินกับสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และตัวเมือง
- พัฒนาบริการสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ
- สนับสนุนระบบชำระเงินและข้อมูลการเดินทางแบบดิจิทัล
ปัจจุบันมีศูนย์ขนส่งผู้โดยสารสาธารณะเปิดให้บริการแล้วที่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีและท่าอากาศยานอุบลราชธานี ขณะเดียวกันมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานกระบี่ในปี 2570 โครงการนี้จะช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางต่อไปยังเมืองกระบี่ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น
เชื่อมสนามบินกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
สนามบินภูมิภาคมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างชัดเจน เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้ต้องการเดินทางเพียงมายังสนามบิน แต่ต้องการไปต่อยังชายหาด อุทยานแห่งชาติ เมืองเก่า ชุมชนท้องถิ่น หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หากมีรถโดยสารและข้อมูลเส้นทางที่เชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ นักท่องเที่ยวก็จะวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น
ผลดีไม่ได้เกิดเฉพาะกับนักท่องเที่ยวเท่านั้น ประชาชนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงจะมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเข้าถึงลูกค้าและตลาดใหม่ได้สะดวก ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจบริการ รถเช่า สินค้าชุมชน และผู้ประกอบการขนาดเล็กก็มีโอกาสได้รับรายได้เพิ่มขึ้น การพัฒนาสนามบินจึงเป็นกลไกกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจจากเมืองใหญ่ไปสู่ภูมิภาค
ในระยะยาว การเชื่อมต่อที่ดีอาจช่วยดึงดูดการลงทุนและสนับสนุนการจัดประชุม การจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงการขนส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไปยังตลาดต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้รวดเร็วขึ้น ยิ่งระบบขนส่งมีความแน่นอนและตรงเวลา ผู้ประกอบการก็ยิ่งวางแผนธุรกิจได้มั่นใจ
ตัวอย่างเส้นทางอุดรธานี–เวียงจันทน์
ท่าอากาศยานอุดรธานีเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเปิดให้บริการรถโดยสารระหว่างประเทศในเส้นทางอุดรธานี–ท่าอากาศยานอุดรธานี–นครหลวงเวียงจันทน์ ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางต่อไปยัง สปป.ลาว ได้โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับเข้าไปเปลี่ยนรถภายในตัวเมือง
การเชื่อมต่อดังกล่าวเพิ่มบทบาทให้ท่าอากาศยานอุดรธานีเป็นประตูการเดินทางของจังหวัดอุดรธานี จังหวัดใกล้เคียง และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนแล้ว ยังสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการติดต่อระหว่างประชาชนไทยกับ สปป.ลาว ได้อีกด้วย
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
เมื่อระบบขนส่งรอบสนามบินได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์หลายด้าน ตั้งแต่ลดเวลาในการเดินทาง ลดความสับสนระหว่างเปลี่ยนพาหนะ เพิ่มความปลอดภัย และช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเข้าถึงสนามบินและสถานที่สำคัญได้มากขึ้น
- เดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองได้รวดเร็วขึ้น
- ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวและช่วยลดปัญหาการจราจร
- เพิ่มความปลอดภัยจากการจัดพื้นที่รับส่งอย่างเป็นระบบ
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและธุรกิจท้องถิ่น
- เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงคมนาคม กรมท่าอากาศยาน หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ให้บริการรถโดยสาร ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ การรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงจะช่วยให้การออกแบบบริการตอบโจทย์มากขึ้น ขณะเดียวกันควรติดตามคุณภาพการให้บริการ อัตราค่าโดยสาร ความตรงต่อเวลา และความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
มุมมองที่น่าสนใจคือ สนามบินภูมิภาคไม่ควรถูกมองเป็นโครงการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองทั้งระบบ หากวางระบบขนส่งได้ดี สนามบินจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เปิดโอกาสทางธุรกิจ และทำให้การเดินทางของคนในพื้นที่สะดวกขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
การ ยกระดับสนามบินภูมิภาค จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน หากทุกหน่วยงานเดินหน้าต่อเนื่องและให้ความสำคัญกับผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง สนามบินภูมิภาคจะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ที่มา – ยกระดับสนามบินภูมิภาค คมนาคม ลุยเชื่อมระบบขนส่ง บูมการท่องเที่ยวเศรษฐกิจท้องถิ่น





