รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง 'ครูจวง' เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอคนเก่งทำงานตรงสาย

รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา

ข่าวใหญ่ในวงการศึกษาที่กำลังเป็นกระแส รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยถึงแผนการนี้อย่างชัดเจน โดยไม่สนใจเรื่องสังกัดพรรคการเมือง แต่เน้นที่ฝีมือและความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาเท่านั้น การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นสัญญาณบวกสำหรับการปฏิรูปการศึกษาไทยที่ต้องการคนเก่งมาช่วยขับเคลื่อน

รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา

วันที่ 11 เมษายน 2567 นายอัครนันท์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ชวนนายปารมี ไวจงเจริญ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ครูจวง อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน มาร่วมงานในกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่ทั้งคู่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี แม้ครูจวงจะไม่ได้เป็น ส.ส. ในสมัยนี้ และมีแผนกลับไปสอนหนังสือ แต่รมช.ศึกษาฯ มองเห็นศักยภาพของเขาในการช่วยพัฒนาการศึกษา จึงชวนมาร่วมทีมทันที โดยวางตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เหตุผลหลักที่เลือกครูจวง

สิ่งที่น่าสนใจคือ รมช.ศึกษาฯ ย้ำชัดว่า ไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอแค่เป็นคนเก่ง ทำงานตรงสายการศึกษา ครูจวงมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะการพูดถึงปัญหาการศึกษาและแก้ไขให้ฝ่ายค้านในอดีตได้อย่างตรงจุด ทำให้มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้จริง ไม่มีดราม่าเรื่องการเมืองมาสะดุด การตัดสินใจนี้ช่วยเปิดประตูให้บุคลากรนอกพรรคร่วมงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการความก้าวหน้า

  • รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี สนิทสนมส่วนตัว
  • ครูจวงเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ตรงสายงาน 100%
  • ไม่ยึดติดพรรคการเมือง เน้นผลงานและฝีมือ
  • ช่วยพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า ไม่ติดกรอบอุดมการณ์

นัดดินเนอร์เพื่อนเก่าจากพรรคประชาชน

นอกจากนี้ นายอัครนันท์ ยังเผยว่ามีเพื่อนในพรรคประชาชนหลายคน และวันนั้นจะไปดินเนอร์กับนายเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน โดยกล่าวว่า “ถ้าวันนี้มองแต่ว่า มีแนวคิดที่ไม่เหมือนกันแล้วจะคบกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถคบใครได้แล้ว” แสดงถึงทัศนคติที่เปิดกว้าง สามารถทำงานร่วมกันได้แม้ต่างอุดมการณ์ ซึ่งเป็นจุดแข็งในการสร้างทีมที่หลากหลาย

การชงตั้ง รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา นี้ ไม่ใช่แค่การดึงคนเก่งเข้ามา แต่ยังสะท้อนนโยบายของกระทรวงศึกษาที่ต้องการปฏิรูปอย่างจริงจัง ปัจจุบันการศึกษาไทยเผชิญปัญหามากมาย เช่น คุณภาพครูไม่เพียงพอ การเรียนออนไลน์หลังโควิดที่ยังล้าหลัง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในท้องถิ่น การมีครูจวงที่เคยต่อสู้ในสภาเรื่องนี้มาร่วม จะช่วยเสริมทีมให้แข็งแกร่งขึ้น

จากประสบการณ์ของครูจวงที่เคยเป็นครูและนักกิจกรรมการศึกษา เขามักพูดถึงการเพิ่มงบประมาณการศึกษา การฝึกอบรมครู การลดชั่วโมงเรียนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เด็กมีเวลาพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ที่เน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น ดิจิทัล AI และ soft skills หากสำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้หน่วยงานอื่นๆ ดึงคนเก่งไม่จำกัดกรอบพรรค

อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายว่าอาจมีผลกระทบทางการเมือง แต่รมช.ศึกษาฯ ยืนยันว่าเป็นการทำงาน чисто ไม่เกี่ยวกับการเมือง และครูจวงเองก็ไม่เคยพูดถึงการย้ายพรรคเพื่อไทย นี่คือการร่วมมือเพื่อชาติ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวนี้น่าจะนำพาการศึกษาไทยไปข้างหน้าได้ดี หากรัฐบาลเปิดกว้างแบบนี้มากขึ้น ประเทศจะพัฒนาเร็วขึ้นแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการศึกษาเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอคนเก่งทำงานตรงสาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: