รร.ชายแดนกันทรลักษ์ ปรับรูปแบบการเรียนเป็นครึ่งวัน ผู้ปกครองยังหวั่นความปลอดภัย

รร.ชายแดนกันทรลักษ์ เรียนครึ่งวัน ผู้ปกครองยังกังวล

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ล่าสุด โรงเรียนในพื้นที่ชายแดนกันทรลักษ์ได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อความปลอดภัย แต่ผู้ปกครองก็ยังคงมีความกังวลใจอยู่

รร.ชายแดนกันทรลักษ์ ปรับรูปแบบการเรียนเป็นครึ่งวัน ผู้ปกครองยังหวั่นความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนหลายแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ประกาศปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบครึ่งวัน โดยให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับบ้านในช่วงเที่ยงวัน เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนยังไม่สงบเรียบร้อยดี นักเรียนบางส่วนที่ผู้ปกครองยังไม่สะดวกมารับ ครูได้จัดให้อยู่ในบริเวณโรงเรียนเพื่อดูแลความปลอดภัย

นายสมภาร ชาตะปะ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบึงมะลู เปิดเผยว่า แม้โรงเรียนจะเปิดทำการเรียนการสอนเป็นวันที่สองแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตนเองยังคงรู้สึกตื่นกลัว ไม่กล้าออกไปประกอบอาชีพตามปกติ และต้องเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพอยู่เสมอ “ในแต่ละคืนนอนผวาหลับบ้างไม่หลับบ้าง มีความพะวงอยู่ตลอดเวลา” นายสมภารกล่าว พร้อมเสริมว่าอยากให้สถานการณ์สงบลงโดยเร็ว เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คุณครูวิชิต ผิวขาว ครูโรงเรียนบึงมะลู กล่าวว่า โรงเรียนจำเป็นต้องปรับการเรียนการสอนเป็นแบบครึ่งวัน เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่ปกติ และยังมีนักเรียนบางส่วนที่ยังไม่ได้กลับเข้ามาในพื้นที่เพราะความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทางโรงเรียนได้เตรียมแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ครูวิชิตยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน การเรียนการสอน และสถานที่อพยพหากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง

มาตรการปรับการเรียนการสอน รร.ชายแดนกันทรลักษ์

เพื่อชดเชยเวลาเรียนที่หายไปจากการเรียนครึ่งวัน ทางโรงเรียนได้วางแผนที่จะจัดการเรียนชดเชยในวันเสาร์ และมอบหมายใบงานให้นักเรียนทำที่บ้าน รวมถึงการเรียนเสริมออนไลน์ตามสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย ครูวิชิตกล่าวว่า “ตนอยากให้เหตุการณ์สงบสุขเร็ว ๆ เพราะทุกคนจะได้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่อยากให้เหตุการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่านี้”

นักเรียนโรงเรียนบึงมะลู เล่าว่า โรงเรียนตั้งอยู่ห่างจากชายแดนเพียง 12 กิโลเมตร ในวันที่เกิดเหตุการณ์ ได้ยินเสียงระเบิดดัง ตอนแรกคิดว่าเป็นเสียงยางรถยนต์ระเบิด แต่เมื่อทราบว่าเป็นเสียงระเบิดที่มาจากฝั่งกัมพูชา ก็รู้สึกกลัวมาก นักเรียนต้องอพยพออกจากบ้านที่อยู่ติดชายแดนไปยังที่ปลอดภัย “คิดถึงบ้านมาก คิดถึงสัตว์เลี้ยง” นักเรียนกล่าว พร้อมทั้งขอบคุณทหารที่ปกป้องประเทศชาติ

สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปรับตัวของโรงเรียนในกันทรลักษ์เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ความกังวลของผู้ปกครองก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและหาทางแก้ไข เพื่อให้เด็กๆ สามารถกลับมาเรียนได้อย่างเต็มที่และมีความสุขอีกครั้ง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงในระยะยาว

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านความยากลำบากไปได้

การที่ โรงเรียนชายแดนกันทรลักษ์ ต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นครึ่งวัน สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน ความหวังเดียวของพวกเขาคือความสงบสุขที่จะกลับคืนมาโดยเร็ว

ที่มา – รร.ชายแดนกันทรลักษ์ ปรับรูปแบบการเรียนเป็นครึ่งวัน ผู้ปกครองยังหวั่นความปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: