รองโฆษกรัฐบาล เบรก ลิซ่า ภคมน หลังจากที่ ส.ส. ภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า ภคมน” โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความกังวลเรื่องประชาชนภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์โดยอาจเข้าใจไม่ครบทุกมิติ รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่ารัฐบาลได้ให้ข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน พร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา
รองโฆษกรัฐบาล เบรก ลิซ่า ภคมน
วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกชี้แจงทันที ต่อกรณีที่ รองโฆษกรัฐบาล เบรก ลิซ่า ภคมน ซึ่งเป็นโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์มากเกินไป โดยมองเห็นผลดีแค่มิติเดียว และรัฐบาลให้ข้อมูลด้านเดียว ไม่ตอบข้อกังวลของประชาชนและเอกชน รองโฆษกฯ ย้ำว่ารัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งทุกประเด็น รวมถึง EIA และ EHIA และกำลังทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน
โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge Project เป็นโครงการใหญ่ที่รัฐบาลผลักดันเพื่อเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกสองแห่ง คือ ท่าเรือระนองฝั่งอันดามัน กับท่าเรือชุมพรฝั่งอ่าวไทย ผ่านระบบรถไฟและถนนพิเศษ จะช่วยลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามคอขาดกระได้ถึง 5-7 วัน จากเดิมที่ต้องลัดเลาะทะเล ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลให้ภาคใต้
ประโยชน์โครงการแลนด์บริดจ์ที่รองโฆษกรัฐบาล เบรก ลิซ่า ภคมน ย้ำชัด
นอกจากการชี้แจงแล้ว รองโฆษกรัฐบาลยังเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ประชาชนภาคใต้จะได้รับ โดยเฉพาะการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของคนไทย จะกลายเป็น “เครื่องจักรเศรษฐกิจ” ตัวใหม่
- สร้างการจ้างงานนับหมื่นตำแหน่ง ในด้านก่อสร้าง โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง
- ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นจากภาษีและธุรกิจท่องเที่ยว
- ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
- เพิ่ม GDP ภาคใต้ให้เติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี จากการเป็นฮับการค้าทางบก
- ลดการพึ่งพาทางทะเล ลดความเสี่ยงจากพายุและภัยธรรมชาติ
รัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสีย รองโฆษกรัฐบาล เบรก ลิซ่า ภคมน โดยชี้ว่าไม่ต้องห่วง เพราะมีการศึกษาทุกขั้นตอนละเอียดแล้ว
กำหนดการลงพื้นที่รับฟังความเห็นหลังรองโฆษกรัฐบาล เบรก ลิซ่า ภคมน
เพื่อแสดงความจริงใจ รัฐบาลเตรียมลงพื้นที่จริง ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเดินทางไปจังหวัดชุมพรและระนอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ชี้แจงรายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน ข้อดีข้อเสีย และตอบคำถามทุกประเด็นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนท้องถิ่น
นางสาวพลอยทะเล กล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ ลิซ่า ภคมน ไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้ว รัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย”
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ โครงการนี้คล้ายกับ “พานามาแคนาล” บนบก จะช่วยให้ไทยแข่งขันกับคู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียได้ดีขึ้น แต่ต้องจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ดี EIA และ EHIA จึงเป็นกุญแจสำคัญที่รัฐบาลยืนยันว่าจะทำอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนยังคงตั้งคำถามต่อเนื่อง โดย ส.ส. ภคมน ชี้ว่าประชาชนขาดข้อมูลในการตัดสินใจ รองโฆษกรัฐบาลจึงใช้โอกาสนี้ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมตอบทุกข้อสงสัย และเชิญชวนทุกคนเข้าร่วมเวทีรับฟัง
โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่แค่ถนนหรือรถไฟ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้ให้ยั่งยืน หากดำเนินการสำเร็จ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างภาคเหนือ-กลาง-ใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในฐานะนักสังเกตการณ์ จากข้อมูลที่รองโฆษกรัฐบาลนำเสนอ โครงการนี้มีศักยภาพสูง หากรัฐบาลรักษาความโปร่งใสและรับฟังทุกเสียง จะกลายเป็นมรดกการพัฒนาที่ดีให้คนรุ่นหลัง
คุณคิดอย่างไรกับโครงการแลนด์บริดจ์และการชี้แจงของรองโฆษกรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงพี่น้องภาคใต้กันเถอะ!
ที่มา – รองโฆษกรัฐบาล เบรก “ลิซ่า ภคมน” อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล “แลนด์บริดจ์” พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน


