จากกระแสข่าวลือที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการนำผู้ต้องขังหญิงไปให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ข่าวดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก กรมราชทัณฑ์จึงขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงเพื่อตอบโต้กระแสข่าวที่พาดพิงถึงการนำผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลางไปให้บริการภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ข่าวลือและภาพประกอบที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียนั้นเกินความจริง และไม่ได้สะท้อนสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำแต่อย่างใด ข่าวที่ว่ามีการนำผู้ต้องขังหญิงไปให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังใน เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องขังคนใดกระทำการดังกล่าวอย่างแน่นอน กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ราชทัณฑ์ แจงไม่เป็นความจริง นำผู้ต้องขังหญิง ไปให้บริการ “ผู้คุม” เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว แต่สื่อมวลชนบางส่วนยังคงนำเสนอข่าวและภาพประกอบที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ กรมราชทัณฑ์จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ ถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน
กรมราชทัณฑ์ยืนยันความโปร่งใส กรณีข่าวผู้ต้องขังหญิง เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และยึดมั่นในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ขององค์กรและประเทศชาติอย่างแท้จริง กรมฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเพื่อให้กลับตนเป็นคนดีของสังคม และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานราชทัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง การมีวิจารณญาณและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น
กรมราชทัณฑ์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมจะเข้าใจและให้ความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกรมราชทัณฑ์ได้โดยตรงเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
ถึงเเม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะออกมายืนยันความโปร่งใส เเต่ก็ยังคงต้องจับตามองถึงกระเเสข่าวที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เราควรตั้งคำถามว่าอะไรคือเเรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือเหล่านี้ และมีวิธีการใดบ้างที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ
ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงไม่เป็นความจริง นำผู้ต้องขังหญิง ไปให้บริการ “ผู้คุม” เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


