กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจ เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกฎกระทรวงฉบับใหม่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้า ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว ซึ่งเรื่องนี้ร้อนถึงรองโฆษกรัฐบาลที่ต้องออกมาแจงให้ชัดเจนว่า เป้าหมายที่แท้จริงคือการเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ ไม่ใช่การปล่อยปละละเลยให้ต่างชาติเข้ามาตักตวงผลประโยชน์โดยไร้การควบคุม
ความเข้าใจผิดเรื่อง ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาทำความเข้าใจว่า การลดขั้นตอนการขออนุญาตที่ซ้ำซ้อนในกิจการบางประเภทนั้น มีเจตนาเพื่อลดอุปสรรคทางธุรกิจ ไม่ใช่การสละอำนาจในการกำกับดูแล เพราะในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายเฉพาะและอำนาจของหน่วยงานรัฐยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม การที่คุณเห็นรัฐบาลขยับเรื่องนี้ ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว เพราะรัฐไทยยังคงเป็นผู้กำหนดกติกาและสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของทุนต่างชาติได้ทุกขั้นตอน
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนอมินีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หลายคนกังวลว่าการปรับปรุงกฎหมายนี้จะกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการใช้ “นอมินี” หรือการถือหุ้นแทนคนต่างชาติ ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลยืนยันเสียงแข็งว่า:
- การกระทำที่ผิดกฎหมายเรื่องนอมินีจะยังคงมีความผิดตามกฎหมายเดิม
- กฎกระทรวงใหม่ไม่ได้ยกเลิกบทบัญญัติการเอาผิดผู้ที่ช่วยเหลือต่างชาติหลีกเลี่ยงกฎหมาย
- หากบริษัทใดทำธุรกิจผิดประเภทหรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัด การบังคับใช้กฎหมายจะยังคงศักดิ์สิทธิ์เช่นเดิม
รัฐบาลย้ำว่า การลดขั้นตอนไม่ได้หมายความว่าต่างชาติจะเข้ามาทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ทุกอย่างยังต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ผลกระทบต่อ SME ไทยและความห่วงใยของรัฐบาล
ในส่วนของข้อกังวลที่ว่าผู้ประกอบการ SME ไทยจะได้รับผลกระทบนั้น รัฐบาลได้ติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยมีการปรับรายละเอียดก่อนอนุมัติกฎกระทรวง เช่น การนำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ออกจากร่างเดิม เพื่อป้องกันผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศ รัฐบาลมองว่าการจะสรุปว่าภาคธุรกิจไหนจะ “ตาย” ต้องใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์เพียงอย่างเดียว
ท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยทั้งการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศและการปกป้องผู้ประกอบการไทยไปพร้อมกัน รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่ขอให้การอภิปรายเรื่องนี้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงของกฎหมาย ไม่ใช่การนำประโยคการลดใบอนุญาตไปตีความจนเกินจริง เราควรโฟกัสไปที่การสร้างระบบเศรษฐกิจที่คนไทยได้ประโยชน์จริง ทั้งในแง่การจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยเติบโตไปพร้อมกับกระแสโลกอย่างมั่นคง
ที่มา – รองโฆษกรัฐบาลโต้ “สนธิ” ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว”

