'วันนอร์' เข้าทำเนียบฯ นายกฯ เชิญแลกเปลี่ยนปมสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไทยยึดแนวทางเป็นกลาง

“วันนอร์” เข้าทำเนียบ หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีข่าวสำคัญเมื่อ “วันนอร์” เข้าทำเนียบฯ นายกฯ เชิญแลกเปลี่ยนปมสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไทยยึดแนวทางเป็นกลาง เพื่อหาแนวทางลดผลกระทบต่อประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

“วันนอร์” เข้าทำเนียบ สถานการณ์ตะวันออกกลาง

เมื่อเวลา 08.47 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มจากการสักการะองค์นรสิงห์จำลองตามธรรมเนียม จากนั้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่กำลังลุกลาม

มุมมองจากนายวันมูหะมัดนอร์ต่อสถานการณ์

นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยหลังการหารือว่า นายกรัฐมนตรีเชิญตนมาเพื่อหารือแนวทางดูแลคนไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แม้ไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามโดยตรง แต่สถานการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่อคนไทยในประเทศมุสลิมและเศรษฐกิจโดยรวม ชาวมุสลิมในไทยไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลยึดหลักเป็นกลาง ปฏิบัติตามข้อตกลงสหประชาชาติและอาเซียน สนับสนุนการเจรจาสันติภาพอย่างเต็มที่

ส่วนการสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่ ยังประเมินไม่ได้เพราะเกี่ยวข้องหลายชาติ แต่รัฐบาลต้องเร่งดูแลคนไทยในพื้นที่ให้ปลอดภัย อำนวยความสะดวกผู้เดินทางกลับ นอกจากนี้ หลายประเทศพร้อมร่วมมือกับไทย เนื่องจากภาพลักษณ์ของไทยที่รักสันติและไม่มีข้อขัดแย้งกับใคร

แนวทางการเมืองต่างของไทย

ไทยยืนยันชัดเจนว่าจะยึดแนวทางเป็นกลางในประเด็น “วันนอร์” เข้าทำเนียบ สถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยมีมาตรการช่วยเหลือดังนี้

  • กระทรวงการต่างประเทศประสานงานช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง
  • ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งเตือนประชาชน
  • สนับสนุนสันติภาพผ่านเวทีระหว่างประเทศ
  • เตรียมรับมือผลกระทบเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูง

โครงสร้างศาสนาและการอยู่ร่วมกัน

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังชี้แจงโครงสร้างทางศาสนาว่า คนไทยในตะวันออกกลางกว่า 80% เป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ ขณะที่อิหร่านส่วนใหญ่เป็นนิกายชีอะห์กว่า 90% แต่ความแตกต่างนี้ไม่ใช่อุปสรรคในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ในไทยเองก็มีมุสลิมนิกายชีอะห์ราว 10% ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ดี

การเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ท่ามกลางวิกฤต

นอกเหนือจากประเด็นต่างประเทศ นายวันมูหะมัดนอร์ ยังพูดถึงการเปิดประชุมสภาหลังกกต.รับรองส.ส.ครบ โดยเลขาธิการสภาจะแจ้งเลขาธิการนายกเพื่อทูลเกล้าฯ เปิดสมัย ส.ส.ต้องปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ สำหรับการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยที่ได้คะแนนสนับสนุนสูงสุดควรเป็นแกนนำเร่งดำเนินการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด รัฐบาลรักษาการอาจมีข้อจำกัดในการเจรจาระหว่างประเทศ

การหารือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็น “วันนอร์” เข้าทำเนียบ สถานการณ์ตะวันออกกลาง อย่างจริงจัง แนวทางเป็นกลางของไทยน่าจะช่วยลดความเสี่ยงได้ดี ในมุมมองผู้เขียน การเร่งตั้งรัฐบาลใหม่จะทำให้ไทยมีเสถียรภาพในการรับมือวิกฤตทั้งในและต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น หากคุณมีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ สามารถแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย เราจะอัปเดตข่าวสารให้ทราบต่อไป

ที่มา – “วันนอร์” เข้าทำเนียบฯ นายกฯ เชิญแลกเปลี่ยนปมสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไทยยึดแนวทางเป็นกลาง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: