สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ที่ยังคงเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต เขื่อนเจ้าพระยายังคงตรึงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่
สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทวิกฤต ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ ล่าสุดอยู่ที่ 2,976 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.54 เมตร รทก. และปริมาณน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.67 เมตร รทก. ซึ่งสูงกว่าตลิ่งถึง 33 เซนติเมตร อัตราการระบายน้ำยังคงตรึงอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงจมอยู่ใต้น้ำ
ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอสรรพยา ได้รับผลกระทบอย่างหนัก สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทได้ขยายวงกว้างขึ้น จากเดิม 4 ตำบล เพิ่มขึ้นเป็น 6 ตำบล รวม 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วประมาณ 4,600 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 20 เซนติเมตร ไปจนถึง 2 เมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมชัยนาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในตำบลโพนางดำออก และตำบลหาดอาษา โดยทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไปยังโรงพยาบาลสรรพยา และบ้านญาติ เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจเป็นอันตรายได้
สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก หลายครัวเรือนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ถนนหนทางถูกตัดขาด การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ รวมถึงการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
- ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
- เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- อพยพไปยังที่ปลอดภัยหากได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
- ดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองและครอบครัว
- ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยาก
สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนรับมือกับภัยพิบัติ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่มา – ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สถานการณ์ยังวิกฤต “น้ำท่วมชัยนาท” ขยายวงกว้างเป็น 6 ตำบล




