สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวอัพเดทสำคัญจากที่ประชุมศบก. หรือศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานและค่าครองชีพ ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยมีประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง นั่นคือ ศบก. ไฟเขียว เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ศบก. ไฟเขียว เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ที่ประชุมซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้รับทราบความคืบหน้าการทำงานบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงาน ค่าครองชีพ การสู้รบในตะวันออกกลาง และการอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยง กรมประชาสัมพันธ์ยังกำหนดเป้าหมายประชาสัมพันธ์ชัดเจน 3 ข้อ คือ 1. จัดการข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็ว 2. อยู่ข้างประชาชนเสมอ 3. เอาจริงกับคนเอาเปรียบประชาชน
อัพเดทสถานการณ์พลังงานและมาตรการบรรเทาผลกระทบ
กระทรวงพลังงานรายงานว่ายังใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาอยู่ พร้อมภาพรวมห่วงโซ่อุปทานดีเซลและเบนซิน ตั้งแต่จัดหาน้ำมันดิบ ผลิต ส่งออก และจำหน่าย นอกจากนี้ มีความคืบหน้าการสนับสนุนน้ำมัน B20 ที่ผู้ค้าน้ำมันเริ่มทยอยจำหน่ายแล้ว โดยบางจากเป็นรายแรกเมื่อ 25 มีนาคม 2569 ที่โรงกลั่นพระโขนง ขายตรงให้ภาคอุตสาหกรรม ส่วนเว็บแอป Fuel-Now ก็กำลังขอความร่วมมือรายงานข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเช็คราคาได้สะดวก
ผลการตรวจคลังน้ำมันวันที่ 24 มีนาคม โดยกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมตำรวจนครบาล DSI และกระทรวงพาณิชย์ ไม่พบผิดปกติ คลังทุกแห่งติดประกาศราคาชัดเจน ปริมาณจ่ายน้ำมันเดือนมีนาคมใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือนก่อนๆ ด้วยครับ

มาตรการกระทรวงพาณิชย์ดูแลค่าครองชีพและสินค้าตกค้าง
กระทรวงพาณิชย์โฟกัส 4 กลุ่มเป้าหมายหลักเพื่อลดภาระประชาชน:
- กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย: โครงการไทยช่วยไทย และธงฟ้าราคาประหยัด คัดสินค้าจำเป็นราคาพิเศษ เพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 66 รายการ
- เกษตรกร: ขยายธงเขียวพลัส จัดหาปุ๋ยเคมีราคาต่ำ ส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์ลดต้นทุน
- SMEs: สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เชื่อมโยงผู้ผลิตใหญ่กับรายย่อย รักษาสภาพคล่อง
- ผู้ส่งออก: ร่วมสมาคมติดตามโลจิสติกส์ ค่าประกันภัย หาช่องทางส่งออกใหม่
ที่สำคัญ กระทรวงพาณิชย์ประสานแก้ปัญหาสินค้าตกค้างในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยติดต่อผู้นำเข้าในปลายทางหรือประเทศใกล้เคียงรับซื้อ ลดความเสียหายให้ผู้ส่งออกไทย โดยตรงเชื่อมโยงกับประเด็น ศบก. ไฟเขียว เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะช่วยจัดลำดับความสำคัญสินค้าและเรือไทยให้ผ่านจุดเสี่ยงได้ปลอดภัย
สถานการณ์ตะวันออกกลางและการดูแลคนไทย
กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่าสถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้น ไม่มีสัญญาณเจรจา จะติดตามต่อเนื่อง วันนี้ยังมีพิธีรับศพนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล 18 มีนาคม ณ สุวรรณภูมิ ก่อนนำไปประกอบพิธีที่ชัยภูมิ
สรุปที่ประชุมเห็นชอบตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อยทันที เพื่อพิจารณาลำดับเรือและสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นี่คือมาตรการเชิงรุกที่รัฐบาลไทยแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจและประชาชนครับ
ในมุมมองผม การเคลื่อนไหวแบบนี้เป็นสัญญาณดีมาก เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากเรือไทยติดขัดจะกระทบหนักต่อการนำเข้า-ส่งออก แนะนำให้ผู้ประกอบการติดตามประกาศจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนสำรองไว้ด้วยนะครับ ศบก. ไฟเขียว เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะช่วยให้ทุกอย่างคลี่คลายเร็วขึ้นแน่นอน
คุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาโลจิสติกส์หรือไม่? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที!
ที่มา – ศบก. ไฟเขียว เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ


