โลกยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังร้อนระอุ เมื่อสกัดรถ EV จากจีน ส.ส. สหรัฐฯ ชงแบน ‘รถยนต์อัจฉริยะ’ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงและการแข่งขันไม่เป็นธรรม สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่กระทบตลาด EV ทั่วโลก รวมถึงไทยที่กำลังเปิดรับรถจีนราคาถูก
สกัดรถ EV จากจีน ส.ส. สหรัฐฯ ชงแบน ‘รถยนต์อัจฉริยะ’
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในรัฐมิชิแกน ได้แก่ ส.ส. จอห์น มูลนาร์ และ ส.ส. เด็บบี ดิงเกลล์ เปิดตัวร่างกฎหมาย “Connected Vehicle Security Act” เพื่อห้ามรถยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อเครือข่าย (Connected Vehicles) จากจีน รวมถึงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ผลิตในจีน เข้าตลาดสหรัฐฯ โดยสมบูรณ์
ฝั่งวุฒิสภาฯ ก็เคลื่อนไหวควบคู่ โดย ส.ว. เอลิสซา สลอตคิน และ ส.ว. เบอร์นี โมเรโน เสนอร่างกฎหมายคล้ายกัน เพื่อทำให้มาตรการควบคุมจากยุคไบเดนกลายเป็นกฎหมายถาวร ท่ามกลางการประชุมสุดยอดทรัมป์-สี จิ้นผิงในสัปดาห์นั้น
เหตุผลหลักเบื้องหลังการสกัดรถ EV จากจีน
ความกังวลหลักอยู่ที่ความมั่นคงของชาติ รถยนต์อัจฉริยะเหล่านี้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไร้สายกับยานพาหนะอื่น สามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ตำแหน่ง และพฤติกรรมขับขี่ ซึ่งอาจถูกส่งไปยังจีน ส.ส. ดิงเกลล์ กล่าวว่า “จีนใช้เงินอุดหนุน บิดเบือนค่าเงิน และแรงงานทาส สิ่งนี้ไม่ใช่การแข่งขันที่เท่าเทียม แต่เป็นการแทรกซึมจากภายใน”
- ห้ามซอฟต์แวร์จีนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027
- ห้ามฮาร์ดแวร์จีนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2030
- ครอบคลุมรัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่านด้วย
- ปกป้องข้อมูลผู้ใช้และโครงสร้างพื้นฐานสหรัฐฯ
อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกันเตือนหนัก หาก BYD หรือค่ายจีนที่ได้เงินอุดหนุนมหาศาลเข้าตลาด จะตัดราคา GM, Ford, Tesla จนล้มละลาย รัฐมิชิแกนและโอไฮโอซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงเป็นแนวหน้าของการต่อต้าน
บริบทการเมืองและเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ เดือนเม.ย. 2569 ส.ส. กว่า 120 คนจากสองพรรคเรียกร้องทรัมป์ห้ามรถจีน แม้ทรัมป์เคยบอกเปิดกว้างหากสร้างโรงงานในสหรัฐฯ จ้างคนอเมริกัน แต่โฮเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ และเจมีสัน เกรียร์ ยืนยันไม่ยกเลิกข้อจำกัด ส.ส. ดิงเกลล์ ฝากบอกทรัมป์ว่า “นี่คืออนาคตของแรงงานอเมริกันที่ต้องปกป้อง”
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อน trade war รอบใหม่ EV จีนครองตลาดโลก 40% ด้วยราคาถูกจาก补贴 แต่สหรัฐฯ มองเป็นภัย ไทยเองก็เผชิญคลื่นรถ EV จีนพุ่ง แบรนด์ดังอย่าง BYD, Neta, GWM ราคาต่ำกว่าแบรนด์ญี่ปุ่น-อเมริกัน หากสหรัฐฯ แบน อาจกระตุ้นนโยบายคล้ายกันในออสเตรเลีย-ยุโรป
จากมุมมองผู้บริโภค รถอัจฉริยะจีนมีฟีเจอร์ล้ำหน้า ADAS, OTA update แต่เสี่ยงข้อมูลรั่ว ผู้ผลิตควรพิสูจน์ความโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
สุดท้าย การสกัดรถ EV จากจีน ส.ส. สหรัฐฯ ชงแบน ‘รถยนต์อัจฉริยะ’ อาจเปลี่ยนเกมตลาด EV โลก คุณคิดว่าประเทศไทยควรมีมาตรการแบบนี้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้!
ที่มา – สกัดรถ EV จากจีน ส.ส. สหรัฐฯ ชงแบน ‘รถยนต์อัจฉริยะ’ หวั่นทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ



