สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถกเถียงเลื่อน-ไม่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯคนที่ 32 ถกเถียงเลื่อน

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ยังไม่มีการเริ่มกระบวนการ โหวตนายกฯ คนที่ 32 เนื่องจากเกิดการถกเถียงกันในประเด็นการเลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาก่อน โดย สส. จากพรรคภูมิใจไทยเสนอญัตติให้เลื่อนวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่พรรคเพื่อไทยคัดค้าน โดยมองว่าไม่ควรเลื่อนและควรเป็นไปตามลำดับเดิมที่วางไว้

เมื่อเวลา 09.41 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติให้เลื่อนวาระการพิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขึ้นมาพิจารณาก่อน ในขณะที่สภากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. …. ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนหน้านี้แล้ว

นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนวาระการโหวตนายกฯ คนที่ 32 เนื่องจากเป็นวาระที่สำคัญอย่างยิ่ง และ สส. ควรมีเวลาในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ โดยควรให้เวลาถึง 3 วัน จึงขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามความคิดเห็นจากที่ประชุม เนื่องจากมีข้อเสนอที่แตกต่างกันสองทาง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการลงมติ ถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยังมีสมาชิกต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับญัตติที่มีความแตกต่างกัน และต้องมีการลงมติว่าจะเลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ ก่อนที่จะย้ำอีกครั้ง แต่เกิดความผิดพลาดในการพูด ทำให้เกิดเสียงหัวเราะในสภาฯ

ประธานสภาฯ ได้ขอให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นสั้นๆ เกี่ยวกับเหตุผลที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในช่วงหนึ่ง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้กล่าวชื่นชมประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ที่ทราบดีว่าการพิจารณาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความเห็นเป็นสองทาง ถึงแม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็ชื่นชมที่ประธานสภาฯ ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของสภาฯ และบรรจุเรื่องนี้ไว้ในเรื่องด่วนที่ 8

เหตุผลที่ สส. พรรคกล้าธรรมเห็นว่าควรเร่งการโหวตนายกฯ คนที่ 32 เพราะสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้จำเป็นต้องมีรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาชายแดน และเรื่องภาษี หากเกิดสุญญากาศขึ้น อาจทำให้กระบวนการต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ สส. ส่วนใหญ่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะเพิ่งจะผ่านมาเพียง 2 ปี และเชื่อว่าภารกิจต่างๆ ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ การสนับสนุนรัฐบาลเพื่อทำภารกิจเร่งด่วนภายใน 4 เดือนข้างหน้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึงการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี และเห็นว่าไม่ควรเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะประชาชนกำลังรอคอยที่จะทราบว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างไรก็ตาม นายอรรถกร ได้พูดผิดชื่อพรรคหลายครั้งและต้องขอโทษที่พูดผิด

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกครั้งว่า การเสนอญัตติของตนเป็นเพียงการเสนอให้เลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาเท่านั้น หากสามารถเลื่อนขึ้นมาได้ ก็จะมีการอภิปรายต่อไปอีกเป็นเวลานาน จึงขอให้ประธานสภาฯ พิจารณาว่าจะอนุญาตให้ใครอภิปรายได้บ้าง และจะใช้เวลาในการอภิปรายเท่าไหร่ ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เห็นด้วยกับประธานสภาฯ ว่าการเลื่อนวาระหรือไม่นั้นไม่ควรใช้เวลานาน และขอให้ประธานสภาฯ กำหนดเวลาให้ชัดเจน เพราะยังมีวาระอื่นๆ ที่รออยู่

ในระหว่างนี้ นายจุลพันธ์ ได้กล่าวในทำนองว่า การกำหนดเวลาของประธานสภาฯ ที่ 5 นาทีนั้นเหมาะสม และทุกคนควรปฏิบัติตาม โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นธรรมและเป็นการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน “ท่านไม่ต้องกลัวครับ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีมันก็อยู่ในระเบียบวาระ ยังไงวันนี้มันก็ต้องเดินไปถึง ถ้ามีเสียงครบท่านได้เป็นแน่นอน ใครมีบุญญาวาสนาท่านจะถึง ท่านได้เป็นครับ ไม่ต้องไปห่วง แต่อย่าเริ่มความอยากเป็นรัฐบาลด้วยการปิดปาก” ก่อนที่ประธานสภาฯ จะเข้ามาห้ามปรามและเข้าสู่การอภิปรายของสมาชิกรายอื่นๆ ต่อไป

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ถูกพาดพิงหลายครั้งจากผู้อภิปรายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว จึงต้องหาทางออกมุ่งหน้าสู่การยุบสภา พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนในที่นี้ยืนยันว่าจะเลื่อนวาระการโหวตนายกฯ คนที่ 32 ขึ้นมาพิจารณาก่อน และจะอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมพิจารณากฎหมายอื่นๆ จนจบ

สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯคนที่ 32

ทำไมการโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถึงสำคัญ

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศ เนื่องจากเป็นการแต่งตั้งผู้นำรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบธรรมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ความท้าทายในการโหวตนายกฯ คนที่ 32

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ในครั้งนี้ เผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งขั้วอำนาจ และข้อจำกัดทางกฎหมาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้การโหวตนายกฯ คนที่ 32 เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การถกเถียงเรื่องการเลื่อนหรือไม่เลื่อนวาระการโหวตนายกฯ คนที่ 32 สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและละเอียดอ่อนของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน การที่ สส. จากพรรคต่างๆ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการที่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเป็นความหวังของประชาชนที่จะได้เห็นประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อให้กระบวนการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใส

ที่มา – สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถกเถียงเลื่อน-ไม่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: