สว.สำรอง ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. หวังประธาน กกต.คนใหม่เร่งสะสางให้ความเป็นธรรม จี้ประเมินผลงาน “แสวง” หลังไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เพื่อสอบถามความคืบหน้าการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนเองและ สว.สำรองมีความกังวลใจเกี่ยวกับความสุจริตในการทำงานของ กกต. ชุดปัจจุบัน และขอแสดงความยินดีกับประธาน กกต. คนใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งคาดหวังว่าจะทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม
นายอัครวัฒน์กล่าวต่อว่า ผ่านมา 1 ปี 5 เดือนแล้ว เหตุใดคดี ฮั้ว สว. ยังไม่มีผลเป็นที่ประจักษ์เลย และสิ่งที่ประชาชนติดตามอยู่จะเห็นผลเมื่อไหร่ ทั้งนี้ อยากให้มีการประเมินการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าสมควรดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ซึ่งตนเองเห็นว่าตลอดระยะเวลาในการทำหน้าที่ของนายแสวง ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ถึงเวลาแล้วที่ประธาน กกต. คนใหม่จะต้องพิจารณาและเลือกเลขาธิการ กกต. คนใหม่ที่มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับ
เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด การดำเนินการที่ล่าช้าและความไม่ชัดเจนในการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสและความยุติธรรมในการทำงานของ กกต. การที่ สว.สำรองออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลใจและความต้องการที่จะให้มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธาน กกต. คนใหม่ ถือเป็นความหวังของหลายฝ่ายที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในองค์กร กกต. การเร่งสะสางคดีที่ค้างคาอยู่ การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ล้วนเป็นสิ่งที่ประธาน กกต. คนใหม่จะต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ความคาดหวังที่มีต่อประธาน กกต. คนใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งให้กับประชาชน และการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม
การเรียกร้องให้ประเมินผลงานของเลขาธิการ กกต. ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ การมีเลขาธิการ กกต. ที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การดำเนินงานของ กกต. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งเลขาธิการ กกต. อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น
โดยสรุปแล้ว การยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี ฮั้ว สว. ของ สว.สำรอง เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลใจและความต้องการที่จะให้มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน กกต. การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธาน กกต. คนใหม่ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กร กกต.
สว.สำรองทวงถาม! คดีฮั้ว สว. เร่ง กกต.สอบ
ทำไมคดีฮั้ว สว. ถึงต้องเร่งสะสาง?
คดี ฮั้ว สว. เป็นประเด็นที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การปล่อยให้คดียืดเยื้อโดยไม่มีความคืบหน้า จะยิ่งบ่อนทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์กรอิสระอย่าง กกต. การเร่งสะสางคดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่า กกต. ให้ความสำคัญกับการรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ คดี ฮั้ว สว. ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน การดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจึงต้องเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบและเป็นธรรม การเร่งรัดคดีโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง อาจส่งผลเสียต่อรูปคดีและนำไปสู่การตัดสินที่ไม่ยุติธรรมได้ ดังนั้น การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
การที่ สว.สำรองออกมาเรียกร้องให้มีการเร่งสะสางคดี ฮั้ว สว. แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความกังวลใจเกี่ยวกับภาพลักษณ์และบทบาทของวุฒิสภา การที่ สว. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ขาดความน่าเชื่อถือ ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ดังนั้น การเร่งสะสางคดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาเกียรติภูมิของวุฒิสภา
คดี ฮั้ว สว. เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับ กกต. ชุดใหม่ ว่าจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรได้หรือไม่ การดำเนินการที่โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ กกต. ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง ในทางตรงกันข้าม หาก กกต. ยังคงปล่อยให้คดียืดเยื้อต่อไป ก็จะยิ่งทำให้ประชาชนหมดศรัทธาและตั้งคำถามถึงความสามารถในการทำหน้าที่ของ กกต.
ที่มา – สว.สำรอง ยื่นหนังสือทวงถาม คืบหน้าคดีฮั้ว สว. หวัง ประธาน กกต.คนใหม่เร่งสะสางให้ความเป็นธรรม
