“สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าพร้อมที่จะสู้ตามกระบวนการยุติธรรม หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง ก็พร้อมที่จะยุติบทบาททางการเมืองทันที พร้อมย้ำว่าเชื่อมั่นในหลักฐานที่มีอยู่ว่าจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาประเด็นของ “สส.ชนนพัฒฐ์” ได้กลายเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายชนนพัฒฐ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าความโปร่งใสและการยึดมั่นในหลักนิติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จึงขอชี้แจงให้ทุกฝ่ายได้รับทราบอย่างชัดเจนว่า ตนเองพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนอย่างเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบจาก ป.ป.ง. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศนั้น นายชนนพัฒฐ์ ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบแต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่าการตรวจสอบที่มีผลผูกพันตามกฎหมายจริง ๆ คือกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนเองได้ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด และพร้อมที่จะให้ตรวจสอบในทุกมิติ
“ผมขอยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบสรุปว่าผมมีความผิดจริง ผมพร้อมยุติบทบาททางการเมืองทันที เพราะผมเชื่อว่า ‘คนทำงานให้ประชาชน ต้องยอมรับทุกผลลัพธ์จากการตรวจสอบ’ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เชื่อมั่นในข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ผมมีว่า ผมสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้” นายชนนพัฒฐ์ กล่าว
นายชนนพัฒฐ์ ยังขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะยืนหยัดต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยจะไม่โต้เถียงใคร ไม่กล่าวโทษใคร และไม่ใช้วาทกรรมทางการเมืองตอบโต้ใครทั้งสิ้น โดยหน้าที่ของตนเองคือการสู้ในชั้นกฎหมาย หน้าที่ของประชาชนคือการได้รับความจริง และหน้าที่ของนักการเมืองคือการรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด พร้อมกันนี้ ก็ได้ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคำวิจารณ์ที่เกิดจากความหวังดีต่อบ้านเมือง
“สส.ชนนพัฒฐ์” ขอสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ประเด็นสำคัญที่นายชนนพัฒฐ์เน้นย้ำคือความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง การออกมาแสดงความรับผิดชอบเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของนักการเมืองที่ต้องมีความโปร่งใสและพร้อมที่จะถูกตรวจสอบได้เสมอ
การแสดงความพร้อมที่จะ “สส.ชนนพัฒฐ์” ขอสู้ตามกระบวนการยุติธรรม มีนัยยะสำคัญอย่างไร?
การที่ สส. ออกมาประกาศเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังสังคมว่าตนเองให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความถูกต้อง พร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การที่นักการเมืองกล้าที่จะเผชิญหน้ากับการตรวจสอบและแสดงความรับผิดชอบต่อผลการตรวจสอบ เป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักการเมืองคนอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม การออกมาแสดงความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปอย่างเที่ยงธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่ว่าผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเคารพในกระบวนการยุติธรรมและยอมรับผลของการตรวจสอบที่ออกมา
สถานการณ์ของ “สส.ชนนพัฒฐ์” ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับสังคมไทย ในเรื่องของการตรวจสอบนักการเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม การที่นักการเมืองกล้าที่จะเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาและพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อสร้างสังคมการเมืองที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ
การออกมาแสดงความรับผิดชอบของ “สส.ชนนพัฒฐ์” เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือผลการตรวจสอบที่ออกมาจะต้องมีความถูกต้องและเที่ยงธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
ที่มา – “สส.ชนนพัฒฐ์” ขอสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ลั่น ถ้าผิดพร้อมวางมือทางการเมืองทันที


