วัน: 19 พฤศจิกายน 2025

ระทึก! เรือข้ามฟากเกาหลีใต้ เกยตื้น อพยพ 246 ชีวิต

สถานการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อเรือข้ามฟากเกาหลีใต้ขนาดใหญ่ ประสบเหตุเกยตื้นบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ส่งผลให้ต้องมีการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 246 ชีวิตอย่างเร่งด่วน

ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า เรือข้ามฟากดังกล่าวมีชื่อว่า “ควีน เจนูเวีย 2” (Queen Jenuvia 2) ได้ประสบอุบัติเหตุแล่นไปติดกับแนวปะการัง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเกาหลีใต้ และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งหมด จึงจำเป็นต้องดำเนินการอพยพผู้โดยสารทั้ง 246 คนออกจากเรืออย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์เรือข้ามฟากเกาหลีใต้เกยตื้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นใกล้กับเกาะจางซาน ในเขตซินัน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเรือได้เกยตื้นบนโขดหินที่อยู่ใกล้กับเกาะจ็อกโด ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ รายงานล่าสุดยืนยันว่า ผู้โดยสารทุกคนได้รับการอพยพขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย และตัวเรือยังไม่มีความเสี่ยงที่จะจมหรือพลิกคว่ำ

เรือข้ามฟากเกาหลีใต้ เกยตื้นนอกชายฝั่ง อพยพผู้โดยสารยกลำ 246 คน

สื่อท้องถิ่นรายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 5 ราย จากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นขณะที่เรือประสบเหตุเกยตื้น นอกจากนี้ ลูกเรือจำนวนหนึ่งจากทั้งหมด 21 คน ยังคงอยู่บนเรือเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ยามฝั่งในการแก้ไขสถานการณ์

นาย คิม มิน-ซ็อก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้ระดมเรือที่สามารถปฏิบัติการได้ทั้งหมด เพื่อให้ความช่วยเหลือเรือข้ามฟากเกาหลีใต้ลำดังกล่าวอย่างเต็มที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งกำลังวางแผนที่จะดำเนินการลากเรือเข้าฝั่งในช่วงเวลาที่น้ำขึ้น

เรือ “ควีน เจนูเวีย 2” เป็นเรือขนาดใหญ่ มีระวางขับน้ำถึง 26,000 ตัน ในขณะเกิดเหตุ เรือกำลังเดินทางไปยังเมืองท่ามกโพ หลังจากที่ออกเดินทางจากเกาะเจจู โดยมีผู้โดยสาร 246 คน และลูกเรือ 21 คนอยู่บนเรือ

สิ่งที่น่าสะเทือนใจคือ จุดที่เรือเกยตื้นอยู่ใกล้กับจุดที่เคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเรือข้ามฟาก “เซวอน” ล่มในปี 2557 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา และซากเรือเซวอนที่ถูกกู้ขึ้นมาในอีก 3 ปีให้หลัง ก็ถูกลากไปยังเมืองมกโพเช่นเดียวกัน เหตุการณ์ในอดีตยิ่งทำให้ความกังวลต่อความปลอดภัยทางทะเลทวีความสำคัญยิ่งขึ้น

ความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยทางทะเล

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรือข้ามฟากเกาหลีใต้ในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยทางทะเล การตรวจสอบสภาพเรืออย่างสม่ำเสมอ การฝึกอบรมลูกเรืออย่างเข้มงวด และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางทะเล และปกป้องชีวิตของผู้โดยสาร

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างเคร่งครัด และสนับสนุนการพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเดินทางทางทะเล

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการไม่ประมาทในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน และการใส่ใจในความปลอดภัยอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ที่มา – เรือข้ามฟากเกาหลีใต้ เกยตื้นนอกชายฝั่ง อพยพผู้โดยสารยกลำ 246 คน

ออสเตรเลีย แคป ฮิวส์ ถูกเรียกติดทีมชาติเวลส์

วงการฟุตบอลหญิงกำลังคึกคัก! เมื่อล่าสุด ลอร่า ฮิวส์ กองกลางจากเมลเบิร์น ซิตี้ ผู้เคยติดทีมชาติออสเตรเลียชุดใหญ่เพียงครั้งเดียว ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเวลส์สำหรับการเข้าแคมป์ฝึกซ้อมที่ประเทศสเปน

ฮิวส์ วัย 24 ปี มีคุณแม่เป็นชาวเวลส์จากเขตเกวนท์ ทำให้เธอมีสิทธิ์ลงเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ เธอจะเคยลงเล่นในเกมกระชับมิตรให้กับทีมชาติออสเตรเลีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Matildas” เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2024 ก็ตาม

ไรอัน วิลกินสัน หัวหน้าโค้ชทีมชาติเวลส์ กล่าวถึง ฮิวส์ ว่าเป็น “ผู้เล่นที่น่าตื่นเต้นมาก” และทีมงานได้ติดตามฟอร์มของเธอมา “สักพักหนึ่งแล้ว”

“ฉันคิดว่าเธอเป็นกองกลางที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้” วิลกินสันกล่าวเสริม “เธอยังมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมในการจ่ายบอล ดังนั้น [เรา] จึงหวังว่าจะได้ร่วมงานกับเธอ และให้โอกาสเธอได้แสดงให้เห็นว่าเธอสามารถให้อะไรกับเราได้บ้าง”

ทีมชาติเวลส์ เตรียมลงสนามในเกมกระชับมิตร พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันอังคารที่ 2 ธันวาคม (11:00 GMT) ที่สนามเอล ชาปิน ในเมืองเฆเรซเดลาฟรอนเตรา

นอกจากนี้ ทีมของวิลกินสัน ยังมีกำหนดลงเล่นเกมกระชับมิตรอีกหนึ่งนัด ในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน (18:00 GMT) ที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลของมาลากา แต่คู่ต่อสู้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ฮิวส์ เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลอาชีพตั้งแต่อายุ 15 ปี กับสโมสรแคนเบอร์รา ยูไนเต็ด ในบ้านเกิดของเธอเอง

เธอเคยมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลในประเทศไอซ์แลนด์ ก่อนที่จะกลับมาเล่นให้กับแคนเบอร์ราอีกครั้ง จากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้กับ แมนลี ยูไนเต็ด เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมเมลเบิร์น ซิตี้ ในศึกเอ-ลีก วีเมน ในปี 2023

การลงเล่นในนามทีมชาติออสเตรเลียเพียงครั้งเดียวของเธอ คือการลงสนามในฐานะตัวสำรอง ในเกมที่ทีมชาติออสเตรเลียเอาชนะ ไชนีส ไทเป ไป 6-0 แต่เธอก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนไปเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ได้ เนื่องจากเกมดังกล่าวไม่ใช่เกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

วิลกินสัน กล่าวว่า ฮิวส์ ได้ตัดสินใจที่จะเป็นตัวแทนของทีมชาติเวลส์ แทนที่จะเป็นออสเตรเลียแล้ว

“ฉันให้ทางเลือกแก่เธอ ว่าจะเข้ามาพบกับทีม และเป็นเพียงผู้เล่นฝึกซ้อม แต่เธอตอบว่า ‘ไม่ ฉันต้องการเล่นให้กับเวลส์’” วิลกินสันกล่าวเสริม

“ดังนั้น เอกสารต่างๆ จึงกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ เธอมีความชัดเจนในเรื่องนี้ และเธอได้ตัดสินใจที่จะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่กับเวลส์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

สมาคมฟุตบอลเวลส์ กำลังมองหาผู้เล่นที่มีคุณสมบัติเป็นชาวเวลส์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีม แต่ วิลกินสัน ย้ำว่า เธอจะเลือกเฉพาะผู้ที่ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสวมเสื้อสีแดงเท่านั้น

“ฉันคิดว่าเราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับการขยายขอบเขต และนำผู้เล่นดาวรุ่งเข้ามา เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้เห็นทุกคน” เธอกล่าว

“ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่สามารถมองข้ามความจริงที่ว่า นี่คือ เวลส์ และการเล่นให้กับประเทศนี้ และสวมตราสัญลักษณ์นี้ ถือเป็นสิทธิพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต”

“การที่เธอ (ฮิวส์) แสดงความมุ่งมั่นตั้งแต่เริ่มต้น โดยไม่มีการรับประกันใดๆ ว่าเธอจะได้ติดทีม ฉันคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงตัวตนของเธอ และความสำคัญของการเป็นชาวเวลส์ต่อกลุ่ม”

ฮิวส์ เป็นผู้เล่นหน้าใหม่เพียงคนเดียวในทีมชาติเวลส์ชุดแรก ที่ประกาศรายชื่อออกมา นับตั้งแต่การประกาศอำลาทีมชาติของ เจสสิก้า ฟิสล็อค นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นที่ยังไม่เคยติดทีมชาติอีก 4 คน ได้แก่ ป๊อปปี้ โซเปอร์, แอนนี่ ไวลด์ดิ้ง, โอลิเวีย ฟรานซิส และ โฟบี้ พูล

ไรอันนอน โรเบิร์ตส์, เอลล่า พาวเวลล์, ราเชล โรว์, ลิลี่ วูดแฮม และ เอสเธอร์ มอร์แกน ถูกเรียกตัวกลับมา หลังจากพลาดการลงเล่นในเกมที่พบกับ โปแลนด์ และ ออสเตรเลีย เมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ โจซี่ กรีน และ ซอฟเฟีย เคลลี่ ยังคงไม่มีชื่อในทีม

อันนา ฟิลเบย์, อลิซ กริฟฟิธส์, หลุยส์ โจเอล, เกวน ซิมเมอร์แมน, สการ์เล็ต ฮิลล์, เอมี่ ริชาร์ดสัน และ ทีแกน สการ์เล็ต ถูกตัดชื่อออกจากทีม หลังจากอยู่ในทีมชาติเวลส์ชุดก่อนหน้านี้

เมีย รอสส์ และ เทียนน่า ไทซาร์ มีชื่อในทีมอีกครั้ง หลังจากได้รับโอกาสประเดิมสนามให้กับทีมชาติเวลส์ ในเกมเมื่อเดือนตุลาคม

การเดินทางไปสเปนครั้งนี้ จะเป็นการรวมตัวกันครั้งสุดท้ายของทีมชาติเวลส์ ก่อนที่จะเริ่มต้นแคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลกหญิงปี 2027 รอบคัดเลือก โดยจะออกไปเยือน สาธารณรัฐเช็ก ในวันที่ 3 มีนาคม 2026

เวลส์ ซึ่งจะพบกับ แอลเบเนีย และ มอนเตเนโกร ในกลุ่ม B1 กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยไม่ชนะใครเลยมา 11 เกมแล้ว นับตั้งแต่ที่พวกเขาเอาชนะ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในรอบเพลย์ออฟ ยูโร 2025 เมื่อเดือนธันวาคม 2024

พวกเขาแพ้ติดต่อกัน 7 นัด ซึ่งเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดของพวกเขา นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 โดยพวกเขาได้ลงเล่นกับทีมอันดับสูงกว่าหลายทีมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

แม้ว่าทีมชาติเวลส์ จะไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยในปี 2025 วิลกินสัน กล่าวว่า เธอไม่รู้สึกว่ามันเป็น “ปีที่ตกต่ำ”

“ฉันหวังว่าจะมีโอกาสอีก 2 ครั้ง ที่จะได้เล่นกับทีมชั้นนำ เพื่อท้าทายตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปีหน้า และสิ่งที่จะเป็นเกมสำคัญที่จะเกิดขึ้น” เธอกล่าว

“เราต้องการให้แน่ใจว่าเรากำลังท้าทายทีม และมองหาผู้เล่นจำนวนมากขึ้น ในขณะที่เล่นกับทีมที่ดีที่สุดในโลก

“นั่นคือตอนที่คุณได้รับผลการแข่งขันที่ท้าทาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับ แต่ฉันไม่รู้สึกว่าทีมอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย”

Wales squad

Olivia Clark (Leicester City), Safia Middleton-Patel (Manchester United), Poppy Soper (Rugby Borough), Ceri Holland (Liverpool), Annie Wilding (Portsmouth), Ella Powell (Bristol City), Rhiannon Roberts (Sunderland), Hayley Ladd (Everton), Gemma Evans (Liverpool), Charlie Estcourt (DC Power), Lily Woodham (Liverpool), Esther Morgan (Bristol City), Sophie Ingle (Bristol City), Mia Ross (Charlton Athletic), Laura Hughes (Melbourne City), Angharad James (Seattle Reign), Carrie Jones (IFK Norrkoping), Tianna Teisar (Plymouth Argyle – on loan from Bristol City), Mared Griffiths (Manchester United), Olivia Francis (Plymouth Argyle), Phoebie Poole (Plymouth Argyle), Hannah Cain (Leicester City), Rachel Rowe (Nottingham Forest), Ffion Morgan (West Ham United), Elise Hughes (Crystal Palace), Mary McAteer (Charlton Athletic).

สรุปเกี่ยวกับ ออสเตรเลีย แคป ฮิวส์ ถูกเรียกติดทีมชาติเวลส์

การที่ทีมชาติเวลส์เรียกตัว ลอร่า ฮิวส์ มาติดทีม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมในการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และมองหาผู้เล่นที่มีศักยภาพ แม้ว่า ฮิวส์ จะเคยลงเล่นให้กับทีมชาติออสเตรเลียมาแล้ว แต่ด้วยคุณสมบัติและเชื้อสาย ทำให้เธอมีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวแทนของทีมชาติเวลส์ได้ การตัดสินใจของ ฮิวส์ ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และจะเป็นการเพิ่มมิติใหม่ให้กับทีมชาติเวลส์อย่างแน่นอน การมีผู้เล่นอย่าง ฮิวส์ จะช่วยยกระดับทีมชาติเวลส์ และสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลอย่างแน่นอน ต้องติดตามกันต่อไปว่าเธอจะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหนในการลงเล่นให้กับทีมชาติเวลส์

การตัดสินใจของเธอครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีรากเหง้าและความผูกพันกับประเทศ แม้ว่าเธอจะเคยมีประสบการณ์กับทีมชาติอื่นมาก่อน แต่ความรู้สึกที่อยากจะสวมเสื้อทีมชาติเวลส์นั้นแข็งแกร่งกว่า

แน่นอนว่าการมาของ ฮิวส์ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับทีม โดยเฉพาะในแดนกลาง ที่ต้องการความแข็งแกร่งและความคิดสร้างสรรค์ในการเชื่อมเกม และหวังว่าเธอจะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้อย่างรวดเร็ว

การที่ทีมชาติเวลส์ให้โอกาสแก่ผู้เล่นที่มีความสามารถจากทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของโค้ชและสมาคมฟุตบอล ที่ต้องการจะพัฒนาทีมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และ ออสเตรเลีย แคป ฮิวส์ ถูกเรียกติดทีมชาติเวลส์ ครั้งนี้ก็เป็นอีกก้าวสำคัญ

ที่มา – Australia cap Hughes called up by Wales

ราชทัณฑ์แจง! ผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพลในเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีการย้ายด่วน “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่พบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายแสดงอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่น ๆ จนก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้ต้องขังชาวไทย นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการยุติธรรม

ราชทัณฑ์แจงเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” เหตุพบผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เพื่ออธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าการย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ และพบว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

จากการตรวจค้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์ พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรม เจ้าหน้าที่กองทัณฑวิทยา เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานวินัยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น

ทำไมต้องเด้งฟ้าผ่า? “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ”

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล เหนือผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ภายในเรือนจำฯ สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จนมีการแจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว กรมราชทัณฑ์จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรม

เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าได้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็ว โดยยึดหลักความโปร่งใส ยุติธรรม และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด รวมถึงดำเนินการจัดระเบียบเรือนจำตามนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์พร้อมดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบการกระทำผิดจริง เพื่อรักษามาตรฐานการบริหารงานราชทัณฑ์ให้เป็นที่เชื่อมั่นของสังคมต่อไป ความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการเรือนจำและการควบคุมผู้ต้องขัง การที่ ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล มากจนเกินไป เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาที่อาจมีการทุจริตหรือการละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความเด็ดขาดในการลงโทษผู้กระทำผิด การปรับปรุงระบบการตรวจสอบภายในเรือนจำ และการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเข้มแข็งและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเท่าเทียมกัน

การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและการดำเนินการอย่างรวดเร็วของกรมราชทัณฑ์ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การปล่อยให้ ผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล ในเรือนจำถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและความเสมอภาคของผู้ต้องขังทุกคน รวมถึงความน่าเชื่อถือของระบบราชทัณฑ์โดยรวม การจัดการกับปัญหานี้อย่างเด็ดขาดจึงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงเด้ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” เหตุพบผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพล

สกัดจับ! รถขน“ไข่ไก่มีเชื้อ” เสี่ยงระบาด

ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับกรมปศุสัตว์ สกัดจับรถขบวนการขน “ไข่ไก่มีเชื้อ” จากต่างประเทศกว่า 3.5 แสนฟอง ลักลอบเข้าฟาร์มไทย เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการจับกุม นายชลิต อายุ 32 ปี พร้อมของกลางเป็นไข่ไก่จำนวนมหาศาล ซึ่งพบอยู่ในห้องเย็นของรถบรรทุกฮีโน่สีขาว

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ และพระราชบัญญัติศุลกากร ในข้อหา “นำเข้า/เคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ช่วยซ่อนเร้นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร”

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้า “ไข่ไก่มีเชื้อ” จากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย เพื่อนำมาฟักเป็นลูกไก่ในโรงฟักที่จังหวัดสระบุรี ก่อนที่จะนำลูกไก่ไปจำหน่ายให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป การกระทำดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกของไทย เนื่องจากไข่ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและกักกันโรคตามมาตรฐาน อาจเป็นพาหะนำเชื้อโรคร้ายแรง เช่น โรคไข้หวัดนก หรือโรคนิวคาสเซิล ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลได้

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เฝ้าติดตามรถบรรทุกห้องเย็นต้องสงสัย จนกระทั่งรถคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าไปยังโรงฟักไข่ไก่แห่งหนึ่งในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบ พบว่านายชลิตเป็นผู้ขับขี่ และภายในตู้ห้องเย็นของรถบรรทุกพบของกลางเป็น “ไข่ไก่มีเชื้อ” จำนวน 980 ลัง บรรจุลังละ 360 ฟอง รวมทั้งสิ้นประมาณ 352,800 ฟอง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 5,292,000 บาท นายชลิตไม่สามารถแสดงเอกสารใบอนุญาตนำเข้า, ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการผ่านพิธีการศุลกากรต่อเจ้าหน้าที่ได้

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยได้เก็บตัวอย่างไข่ไก่จำนวน 30 ฟอง เพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรคระบาด และอายัดรถบรรทุกของกลาง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้ขับรถบรรทุกไข่ไก่ดังกล่าวมาจากท่าเรือน้ำลึกในจังหวัดสงขลา เพื่อนำมาส่งที่โรงฟักไข่ในจังหวัดสระบุรี

ผลการปฏิบัติงานครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. ดำเนินการ

สกัดจับ “ไข่ไก่มีเชื้อ”: ภัยคุกคามอุตสาหกรรมสัตว์ปีก

การลักลอบนำเข้า “ไข่ไก่มีเชื้อ” ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกของประเทศไทย การป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ทำไมการสกัดจับ “ไข่ไก่มีเชื้อ” จึงสำคัญ?

  • ป้องกันโรคระบาด: ไข่ไก่ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นพาหะนำโรคร้ายแรง เช่น ไข้หวัดนก
  • ปกป้องเศรษฐกิจ: การระบาดของโรคสามารถสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
  • รักษาความปลอดภัยอาหาร: สร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับประทานผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกที่ปลอดภัย

การสกัดจับ “ไข่ไก่มีเชื้อ” ล็อตนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทย แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ที่มา – สกัดจับรถขน “ไข่ไก่มีเชื้อ” จากต่างประเทศ กว่า 3.5 แสนฟอง เสี่ยงแพร่ระบาด

อดีต ร.ต.อ.ปฏิเสธ ให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด

เรื่องราวร้องเรียนจากเพื่อนบ้านในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อชาวบ้านหลายครัวเรือนออกมาบอกว่าได้รับความเดือดร้อนจากพฤติกรรมของอดีตนายตำรวจท่านหนึ่ง ปัญหาหลักๆ ที่ถูกร้องเรียนคือการให้อาหารนก ทำให้เกิดความสกปรกและเชื้อโรค รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปัสสาวะเรี่ยราดในที่สาธารณะ ซึ่งอดีต ร.ต.อ. ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

จากกรณีที่มีชาวบ้านนับสิบครัวเรือนในหมู่บ้านหรู อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ร้องเรียนว่าถูกอดีตตำรวจ ยศ ร.ต.อ. วัย 63 ปี ก่อพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนต่อเนื่อง ทั้งด่าทอ เปิดไฟสปอร์ตไลท์ส่องใส่บ้านตลอดคืน ฉีดน้ำล้างขี้นกใส่เพื่อนบ้าน รวมถึงมีพฤติกรรมยืนปัสสาวะและโชว์อวัยวะเพศต่อหน้าเพื่อนบ้าน จนหลายคนหวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้าน แม้รวมตัวกันไปแจ้งความที่ สภ.บางกรวย มาเกือบหนึ่งปี แต่คดีกลับไม่คืบหน้า ขณะที่ชาวบ้านหลายรายยืนยันว่าเคยถูกข่มขู่ว่าจะยิง กล้องวงจรปิดถูกกดเบนทิศทาง และไม่ให้ความร่วมมือนิติบุคคล ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้อีกต่อไป จึงวอนให้ตำรวจเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ล่าสุด นางเยาวภา มากมูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปลายบาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออก

อดีต ร.ต.อ.ปฏิเสธ ไม่ได้ให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด

นายนัน อายุ 63 ปี อดีต ร.ต.อ. ผู้ถูกกล่าวหา ได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะเรื่องการให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด เขายืนยันว่าภาพที่ปรากฏในสื่อเป็นภาพเก่าที่ถูกตัดต่อ และอธิบายว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานจึงต้องปัสสาวะบ่อย แต่ก็ปัสสาวะในบ้านของตนเอง ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ เขายังชี้เเจงกรณีอื่นๆ ที่ถูกร้องเรียน เช่น การกดกล้องวงจรปิด เนื่องจากกล้องหันมาที่บ้านของตนเอง และเรื่องการเข้าไปในบ้านเพื่อนบ้าน เนื่องจากเพื่อนบ้านมีอาการอัลไซเมอร์และมักลืมปิดน้ำปิดไฟ

ส่วนกรณีไปกดกล้องวงจรปิด เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริง เพราะกล้องหันมาส่องที่บ้านของตนหลายตัว แต่ตนไม่ได้กลัว เพราะไม่ได้เสพยาและเป็นตำรวจมาก่อน แต่ไม่ขอพูดคุยกับเพื่อนบ้านเพราะมีความบาดหมางกันยาวนานกว่า 9 ปี

อดีต ร.ต.อ. ยังกล่าวว่า เรื่องเปิดไฟสปอร์ตไลท์เป็นการเปิดเพียงช่วงปีใหม่ ใช้เพียงไฟขนาดเล็กที่ไว้หนีบจักรยาน พร้อมยืนยันว่าอาศัยในชุมชนมานานและมักช่วยดูแลเพื่อนบ้าน แต่หลังถูกเผยแพร่คลิปออกสื่อทำให้เสียหาย ภรรยาเคยบอกให้ฟ้องแต่ตนไม่มีเงินจ้างทนาย อยากฝากถึงคู่กรณีว่า “ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ” และยืนยันว่าตนไม่มีปืน เนื่องจากหลังลาออกได้นำอาวุธทั้งหมดให้ลูกชายที่รับราชการไปแล้ว พร้อมระบุว่าเพื่อนบ้านที่เป็นทอมเคยได้รับการช่วยเหลือจากตนหลายครั้ง เช่น พาแม่ป่วยไปโรงพยาบาล แต่กลับกล่อมคนในหมู่บ้านให้เกลียดตน

อย่างไรก็ตาม ตนยินดีให้ความร่วมมือในประเด็นเรื่องนกพิราบ ตนไม่ได้เป็นคนให้อาหาร และจะจัดการนกพิราบเองไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก แต่ไม่พร้อมพูดคุยกับคู่กรณีเพราะ “ไม่อยากเห็นหน้า”

เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขปัญหาให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด

นางเยาวภา มากมูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปลายบาง กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้จัดการเรื่องนี้ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 68 และเคยส่งเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขมาดูแลเรื่องนกพิราบแล้วกว่า 4 ครั้งจนจัดการเสร็จสิ้น แต่ล่าสุดเป็นรอบใหม่ซึ่งชาวบ้านยังไม่ได้แจ้งเข้ามาในระบบของเทศบาล เมื่อได้รับทราบจึงรีบลงพื้นที่ทันที พร้อมประสานให้นิติบุคคลจัดทำคำร้องอย่างเป็นทางการ และนำหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบเพื่อให้ปัญหายุติลง

สำหรับปัญหานกพิราบ รอบแรกได้ผล แต่ปัจจุบันนกย้ายไปอยู่ตามหลังคาบ้านอื่น เจ้าหน้าที่จึงต้องประสานขออนุญาตหลายครัวเรือนเพื่อขึ้นไปฉีดยากำจัด ปัจจุบันมี 2 หลังคาเรือนที่ยินยอมแล้ว ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด อดีต ร.ต.อ. ปฏิเสธทั้งหมด โดยขั้นตอนต่อไปฝ่ายกฎหมายของเทศบาลจะดำเนินการตามระเบียบ และสาธารณสุขก็ได้ทำการเข้าไปพูดคุยตักเตือนในเรื่องปัสสาวะ ให้ปัสสาวะให้เป็นที่เป็นทางเรียบร้อย และจะนำรถมาฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายต่อไป

นางสาวชนกพัชนกภัทร์ อายุ 47 ปี หนึ่งในเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า รู้สึกขอบคุณทุกหน่วยงานที่ลงมาช่วยเหลือ เพราะก่อนหน้านี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะฝุ่นและเชื้อโรคจากฝูงนกพิราบที่เกิดจากการให้อาหารของคู่กรณี ซึ่งทำให้ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาและไม่กล้าออกจากบ้าน แม้เคยพูดคุยกันหลายครั้งแต่เขาไม่ปรับปรุงพฤติกรรม และยังมีพฤติกรรมอื่นตามที่ปรากฏในสื่ออีกหลายเรื่อง ตนหวังว่าหลังวันนี้ผู้ก่อเหตุจะหยุดพฤติกรรมทั้งหมด

ด้านนายโชติอนันต์ หรือ “เสี่ยเป้ บางกรวย” ระบุว่า หลังพูดคุยกับอดีต ร.ต.อ. พบว่าโดยรวมเป็นคนพูดคุยรู้เรื่อง ร่าเริง และตลก แต่สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไม่ใช่เรื่องตลก พร้อมเผยว่า คู่กรณียอมรับว่าจะเลิกพฤติกรรมทั้งหมดและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนบ้านอีก พร้อมยืนยันว่าหากเกิดเหตุซ้ำ หน่วยงานทุกฝ่ายรวมถึงทีมงานของตนจะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อให้ปัญหานี้ยุติลงอย่างเด็ดขาด

เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และการแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ หากมีปัญหาเกิดขึ้น การพูดคุยและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ที่มา – อดีต ร.ต.อ.ปฏิเสธ ไม่ได้ให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด ไม่ขอคุยเพื่อนบ้าน บาดหมาง 9 ปี

“ผมเป็นโค้ช USA!” โปเช็ตติโน่หัวเสีย


“ผมเป็นโค้ช USA!” โปเช็ตติโน่หัวเสีย

“ผมเป็นโค้ช USA!” โปเช็ตติโน่หัวเสีย

ชมปฏิกิริยาของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ หัวหน้าโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่แสดงความไม่พอใจต่อคำถามของนักข่าว หลังเกมกระชับมิตรที่ทีมของเขาเอาชนะอุรุกวัยไป 5-1

อ่านเพิ่มเติม: การจับสลากฟุตบอลโลก 2026 จะมีขึ้นเมื่อไหร่?

“ผมเป็นโค้ช USA!” โปเช็ตติโน่หัวเสีย

ในเกมกระชับมิตรที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะอุรุกวัยไปอย่างขาดลอยถึง 5-1 แต่หลังจบเกม กลับมีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ถูกนักข่าวถามคำถามที่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก

เกิดอะไรขึ้นกับโปเช็ตติโน่?

จากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมา จะเห็นได้ว่า โปเช็ตติโน่ แสดงอาการไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อคำถามของนักข่าวรายหนึ่ง แม้ว่าในคลิปจะไม่ได้ยินคำถามดังกล่าว แต่จากปฏิกิริยาของโปเช็ตติโน่ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าคำถามนั้นอาจเป็นการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่โค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกาของเขา

หลังจากถูกถามคำถามดังกล่าว โปเช็ตติโน่ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแข็งกร้าวว่า “ผมเป็นโค้ช USA!” ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจที่ถูกตั้งคำถามถึงความสามารถในการทำหน้าที่ของตนเอง

เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการฟุตบอล หลายคนมองว่านักข่าวไม่ควรถามคำถามที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ในขณะที่บางคนก็มองว่า โปเช็ตติโน่ ควรควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้

ไม่ว่าความคิดเห็นจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความกดดันที่โค้ชต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องนำทีมชาติลงแข่งขัน การถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับมือกับความกดดันและความคาดหวังเหล่านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับโค้ชทุกคน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบาก การมีสติและควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานและภาพลักษณ์ของทีม

สำหรับโปเช็ตติโน่ การตอบโต้ด้วยความโกรธอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่ก็เข้าใจได้ว่าเขาอาจรู้สึกไม่พอใจที่ถูกตั้งคำถามที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าเขาจะตอบโต้ด้วยความหัวเสีย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการทำหน้าที่โค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกาของเขา

สรุป: เหตุการณ์ “ผมเป็นโค้ช USA!” ของโปเช็ตติโน่ แสดงให้เห็นถึงความกดดันที่โค้ชต้องเผชิญ และความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ในการทำงาน แม้ว่าจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่ก็เข้าใจได้ว่าเขาอาจรู้สึกไม่พอใจที่ถูกตั้งคำถามที่ไม่เหมาะสม

ในฐานะแฟนบอล เราควรให้กำลังใจและสนับสนุนโค้ชและนักกีฬาของเรา เพื่อให้พวกเขาสามารถทำผลงานได้อย่างเต็มที่และประสบความสำเร็จในการแข่งขัน

สิ่งที่เกิดขึ้นสอนอะไรเรา?

  • ความกดดันที่โค้ชต้องเผชิญ
  • ความสำคัญของการควบคุมอารมณ์
  • การสนับสนุนและให้กำลังใจนักกีฬา

“ผมเป็นโค้ช USA!” เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกคนในวงการฟุตบอล

ที่มา – ‘I’m the USA coach!’ – Pochettino upset by reporter’s question

คนละครึ่งพลัสเฟส 2: เฟสแรกรับสิทธิเพิ่มได้อีก!

อัปเดตข่าวดี! สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ในเฟสแรก เตรียมรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อเนื่องได้เลย! คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ประมาณเดือนมกราคม 2569

หลังจากที่รัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าเกณฑ์ตาม “โครงการคนละครึ่งพลัส” โดยรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มให้ใช้จ่ายกันไปตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในคนละครึ่งพลัส เฟสแรกไป ก็ไม่ต้องเสียใจ ยังมีโอกาสใน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง แต่ต้องรอติดตามประกาศรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้คนละเท่าไร เริ่มใช้วันไหน

สำหรับท่านใดยังไม่มีสิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ทางรัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยผู้ที่ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นี้ จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 4,000 บาท

นอกจากนี้ ข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟสแรก! ท่านก็ยังสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้ตามปกติ โดยคาดการณ์ว่าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเริ่มให้ใช้จ่ายได้ในเดือนมกราคม 2569

เงื่อนไขลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

สำหรับเงื่อนไขการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” นั้น ในเฟสแรก ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดให้ลงทะเบียน
  • ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68)
  • ไม่มีประวัติถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกระยะที่ผ่านมา

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2

เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในการรับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้ เรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า! เช็คคุณสมบัติของตัวเองให้เรียบร้อย และเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียนเมื่อทางรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียน

วิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

แม้ว่าวิธีการลงทะเบียนสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วขั้นตอนการลงทะเบียนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเฟสแรก ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • กดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลจากเฟสแรก อาจมีการเปลี่ยนแปลงในเฟส 2 ได้ ดังนั้นหากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล เราจะรีบรายงานให้ทุกท่านทราบโดยทันที

อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ จากโครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้นะคะ!

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 คนได้สิทธิเฟสแรกแล้ว มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือต่อ

โอเล่ สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้ไหม?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตีเสมอ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้สถิติไร้พ่ายของพวกเขาขยายเป็น 5 เกม

ปัจจุบันพวกเขาอยู่อันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีก ตามหลัง เชลซี อันดับ 3 อยู่ 2 แต้ม

หลังจากสองฤดูกาลที่น่าผิดหวัง ความหวังก็เริ่มเติบโตขึ้นรอบโอลด์ แทรฟฟอร์ด ว่ายูไนเต็ดกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

แต่เมื่อสี่ปีกว่าที่แล้ว พวกเขาจบอันดับสองภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำไป 73 ประตู ซึ่งมากที่สุดในฤดูกาลเดียวนับตั้งแต่ยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สิ้นสุดลงในปี 2013

หลังจากสี่นัดของฤดูกาล 2021-22 พวกเขาขึ้นนำ โดยชนะสามนัดและเสมอหนึ่งนัดจากสี่เกมแรก

ถึงเวลาประเมินใหม่ถึงช่วงเวลาของ โซลชาร์ ในฐานะบอสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วหรือยัง?

โอเล่ สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้ไหม?

มีเรื่องราวที่โหดร้ายเกี่ยวกับโซลชาร์ หลังจากช่วงเวลาที่โมลด์ ที่ซึ่งเขาคว้าแชมป์นอร์เวย์ และคาร์ดิฟฟ์ ที่ซึ่งเขาตกชั้น นักเตะวัย 52 ปีโชคดีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมยูไนเต็ดชั่วคราวหลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ถูกไล่ออกในเดือนธันวาคม 2018

จากนั้น เขาไม่สมควรได้รับบทบาทถาวร ปล่อยให้มีการขยายสัญญา และความผิดพลาดของเขาก็ถูกเปิดเผยในที่สุดเมื่อเขาเสียงานหลังจากพ่ายแพ่อย่างหายนะ 4-1 ที่วัตฟอร์ด ซึ่งจบลงด้วยผลงานที่น่ากลัว รวมถึงความพ่ายแพ้ในบ้าน 5-0 ต่อลิเวอร์พูล

แต่การประเมินนั้นเป็นเพียงการเลือกเฉพาะด้านลบเท่านั้นหรือเปล่า?

เมื่อพูดคุยกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งและการไล่ออกของ โซลชาร์ มีมุมมองที่เป็นบวกมากกว่า

แหล่งข่าวที่สังเกต โซลชาร์ อย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาเกือบสามปีของเขา กล่าวว่า “เขาดีกว่าที่หลายคนให้เครดิตอย่างแน่นอน”

หลังจากการไล่ออกของมูรินโญ่ เอ็ด วูดเวิร์ด รองประธานบริหาร เรียกตัว โซลชาร์ กลับมาที่สโมสรที่เขาเคยรับใช้ได้อย่างน่าจดจำในฐานะผู้เล่นและโค้ช โดยมีภารกิจง่ายๆ คือนำรอยยิ้มกลับคืนสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เขาทำมันเกือบจะโดยสัญชาตญาณ

เมื่อ โซลชาร์ เดินกลับเข้าไปในสนามฝึกซ้อมแคร์ริงตันที่เขารู้จักดี และที่ซึ่งเขาเป็นที่นิยมอย่างมาก เขาตรงไปหา แคธ ฟิปส์ พนักงานต้อนรับที่รักและมอบอ้อมกอดและจูบ พร้อมกับช็อกโกแลตที่เธอโปรดปราน

เขาปรากฏตัวโดยไม่คาดคิดในงานเลี้ยงคริสต์มาสของพนักงาน ผู้ที่อยู่ที่นั่นกล่าวว่าการต้อนรับที่เขาได้รับนั้นคล้ายกับคนดังระดับ A-list

ผลกระทบขยายวงกว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

โดยธรรมชาติแล้ว โซลชาร์ เป็นคนคิดบวก

อดีตเพื่อนร่วมงานกล่าวว่า “มองโลกในแง่ดีสุดๆ เขาเห็นสิ่งดีๆ ในทุกสิ่ง”

“มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การพูดว่า ‘อรุณสวัสดิ์ สบายดีไหม’ เป็นมนุษย์โดยทั่วไป ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในช่วงขาลงและราบเรียบมาก ผู้คนไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง เขาเปิดประตูและทำให้พวกเขายิ้มได้อีกครั้ง”

มีการเน้นย้ำว่า โซลชาร์ ไม่ได้เปลี่ยนสโมสรกลับไปสู่ยุคของเฟอร์กูสัน แต่เขารู้สึกว่ามีองค์ประกอบบางอย่างของระบอบการปกครองของชาวสกอตที่สามารถทำงานได้ในยุคปัจจุบัน

เขาให้ความสำคัญกับมาตรฐานอย่างมาก มีการเปลี่ยนแปลงกฎการแต่งกายในการเดินทางเยือน โดยมีการกลับมาของเสื้อเบลเซอร์และเนคไท แคร์ริงตันเปิดกว้างมากขึ้น การเข้าถึงโรงอาหารของสโมสรขยายกว้างขึ้น

บรรยากาศทั่วไปเบาลงและมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากการชนะ 8 นัดติดต่อกันในช่วงเริ่มต้นการครองราชย์ของเขา ซึ่งขยายเป็น 14 ชัยชนะ เสมอ 2 และแพ้ 1 ใน 17 เกมแรกของเขา

ความพ่ายแพ้นั้นได้รับการล้างแค้นเมื่อยูไนเต็ดเดินทางไปปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเอาชนะพวกเขา 2-1 ด้วยลูกโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

มันเป็นผลงานที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของความสำเร็จในยุโรปของสโมสร เพื่อเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาทำได้เพียงสองครั้งเท่านั้นนับตั้งแต่พวกเขาพ่ายแพ้ต่อบาร์เซโลนาที่เวมบลีย์ในรอบชิงชนะเลิศปี 2011

จากฉากหลังนั้น โซลชาร์ กลายเป็นผู้จัดการทีมถาวร โดยเซ็นสัญญา 3 ปี

นักวิจารณ์ของเขากล่าวว่านี่เป็นความผิดพลาด

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจายังคงโต้แย้งเป็นอย่างอื่น

แหล่งข่าววงในบอกกับบีบีซีว่า “ผู้คนพูดถึงปรัชญาของเขา แต่การฝึกซ้อมนำโดย คีแรน [แม็คเคนนา]”

“โอเล่อยู่บนสนามหญ้า แต่เขาดูการฝึกสอน ในแง่นั้น วิธีการของเขาคล้ายกับ คาร์โล อันเชล็อตติ”

“เขาเก่งในการบริหารจัดการผู้เล่น วัฒนธรรมนั้นน่าทึ่งมาก เขาเป็นคนสนิท ผู้เล่นต้องการเล่นให้เขา และสไตล์ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ”

มันแสดงให้เห็นในสนาม

หลังจากจบอันดับที่หกในฤดูกาลแรกนั้น ยูไนเต็ดจบสองแคมเปญเต็มของ โซลชาร์ ในอันดับที่สามและสอง ซึ่งเป็นตำแหน่งลีกต่อเนื่องสูงสุดนับตั้งแต่เฟอร์กูสันเกษียณ พวกเขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ 5 จาก 6 รายการในการแข่งขันฟุตบอลถ้วย

แต่ที่สำคัญคือพวกเขาไม่ชนะเลย สิ่งที่พวกเขาเข้าใกล้ที่สุดคือการแพ้จุดโทษต่อบียาร์เรอัล ในรอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีกปี 2021 เมื่อลูกจุดโทษที่พลาดไปของ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูพิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสิน

การขาดเครื่องเงินเป็นปัญหา

แหล่งข่าววงในกล่าวว่า “มันเหมือนกับนกอัลบาทรอสที่เขาแบกไว้” “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่สองเต็ม ผู้คนยังคงพูดว่า ‘เขาจะชนะอะไรไหม'”

แม้จะมีสิ่งนี้ แต่ภายในมีความเชื่อมั่นใน โซลชาร์ และทีมงานของเขา ในเดือนกรกฎาคม 2021 เขาได้รับการขยายสัญญาจนถึงปี 2024 วูดเวิร์ด กล่าวว่าขณะนี้มีการวางรากฐานไว้แล้ว “เพื่อความสำเร็จในระยะยาว”

การกลับมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกเพิ่มเข้ามาในการมาถึงด้วยเงินก้อนโตของ เจดอน ซานโช และ ราฟาเอล วาราน และซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสรายนี้ทำประตูได้สองครั้งในการประเดิมสนามครั้งที่สองของเขากับนิวคาสเซิ่ล ส่งให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก บรรยากาศเป็นไปอย่างน่าปีติยินดี

มันพิสูจน์ได้ว่าเป็นรุ่งอรุณที่ผิดพลาดขั้นสุดยอด

บีบีซี สปอร์ต ได้รับแจ้งว่าห้องแต่งตัวของยูไนเต็ดเกือบทั้งหมดรู้สึกตื่นเต้นกับการมาถึงของ โรนัลโด้ โซลชาร์ รู้สึกว่ากองหน้าที่จะกลับมาจะกำหนดมาตรฐานและแสดงให้เพื่อนร่วมทีมเห็นถึงสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ไปถึงจุดสูงสุด

เฟอร์กูสันต้องการเขา วูดเวิร์ดต้องการเขา แฟนๆ ต้องการเขา

แหล่งข่าวจากห้องแต่งตัวกล่าวว่า “ปัญหาคือวิธีที่ โอเล่ และ คีแรน จัดทีม คุณไม่สามารถแบกผู้เล่นจำนวนมากเกินไปที่ไม่ติดตามกลับมาได้” “มันต้องการขา มันต้องการการกดดัน”

“ระบบต้องเปลี่ยน ซึ่งก็ไม่เป็นไรที่จะรองรับผู้เล่นตัวใหญ่ แต่ โอเล่ ไม่สามารถทำให้มันได้ผล โรนัลโด้ มีประสิทธิภาพ แต่การมาถึงของเขาได้พรากบางสิ่งที่สำคัญออกจากระบบที่เขาทำงานมาสองปีครึ่ง”

มันคลี่คลายในพื้นที่ของการแพ้ 6 ครั้งใน 11 เกมในช่วงสองเดือน รวมถึงความพ่ายแพ้ในบ้านที่น่าตกใจต่อลิเวอร์พูล การแพ้ที่วัตฟอร์ด ยูไนเต็ดเสียสองครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พิสูจน์แล้วว่าเป็นจุดจบ

มีคนคิดว่ามันไม่ยุติธรรม

แหล่งข่าวจากห้องแต่งตัวกล่าวว่า “เกมนั้นเป็นหายนะ” “สกอร์ไลน์แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างผิดพลาด”

“มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เมื่อนั้นที่คุณต้องการการสนับสนุน เสียงดังปกติเกี่ยวกับการ ‘เสียห้องแต่งตัว’ เริ่มต้นขึ้น เขาไม่เคยทำ เขาอาจจะเสียผู้เล่นไปหนึ่งหรือสองคน แต่โดยปกติแล้วพวกเขาคือคนที่ไม่ได้รับการเลือก”

โซลชาร์ รู้เป็นการส่วนตัวว่าเวลาของเขาหมดลงแล้ว และพิธีกรรมสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งของเขามาในการประชุมสั้นๆ และสะเทือนอารมณ์กับ วูดเวิร์ด ในเช้าวันรุ่งขึ้น

“บางที โอเล่ อาจจะแก้ปัญหาได้ในที่สุด แต่เขาไม่ได้ทำในสองสามเดือนแรก และสโมสรกำลังตกอยู่ในที่ที่ไม่ดี” คนที่มีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจกล่าว

ปรากฎว่าภายใต้การดูแลชั่วคราวของ ไมเคิล คาร์ริค จากนั้น รัลฟ์ รังนิค ด้วยผู้เล่นกลุ่มเดียวกัน ยูไนเต็ดชนะ 10 และแพ้เพียง 2 จาก 18 เกมถัดไป

โซลชาร์ สามารถออกแบบการพลิกผันโชคชะตาแบบเดียวกันนั้นได้หรือไม่?

จะไม่มีใครรู้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป บางทีช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

โอเล่ สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้ไหม? บทสรุป

การประเมินผลงานของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในฐานะผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเรื่องที่ซับซ้อน แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ แต่เขาก็สามารถนำความสุขและความเชื่อมั่นกลับมาสู่ทีมได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การพิจารณาถึงผลกระทบที่เขามีต่อบรรยากาศของสโมสรและการพัฒนาผู้เล่นควบคู่ไปกับผลงานในสนาม จึงเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินช่วงเวลาของเขาอย่างยุติธรรม และอาจจะทำให้เรามองว่า โอเล่ สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้ไหม?

ที่มา – Does Solskjaer deserve more respect for his time managing Man Utd?

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ “จุฑาทิพย์ วิลาด”

ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญรัตนาภรณ์ของ นางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม รายละเอียดปรากฏตามประกาศ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา (ratchakitcha.soc.go.th) ได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ และเหรียญรัตนาภรณ์ “จุฑาทิพย์ วิลาด” อย่างเป็นทางการ สร้างความสนใจและเป็นที่จับตามองของสังคม

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 จากนางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด ด้วยเหตุผลว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 ของนางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ และเหรียญรัตนาภรณ์ “จุฑาทิพย์ วิลาด”

การโปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ และเหรียญรัตนาภรณ์ “จุฑาทิพย์ วิลาด” ในครั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและราชประเพณี ซึ่งมีความสำคัญและละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง การได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ถือเป็นเกียรติสูงสุด และการเรียกคืนนั้นย่อมมีเหตุผลอันสมควร

ความหมายของเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ สิ่งซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และประชาชน หรือผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และพระบรมราชวงศ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์แต่ละชนิด แต่ละชั้น มีความหมายและคุณค่าแตกต่างกันไป

ผลของการถูกเรียกคืนเครื่องราชฯ

เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ และเหรียญรัตนาภรณ์ “จุฑาทิพย์ วิลาด” ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ที่ถูกเรียกคืนในหลายด้าน ทั้งในด้านเกียรติยศ ชื่อเสียง และสิทธิบางประการที่อาจเคยได้รับ การพิจารณาและการดำเนินการในเรื่องนี้จึงมีความรอบคอบและเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้

การเผยแพร่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถือเป็นการแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะบุคคล และเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการประพฤติตนให้เหมาะสม และรักษาเกียรติยศชื่อเสียงของตนเอง เพราะทุกการกระทำย่อมมีผลตามมา

ที่มา – โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ และเหรียญรัตนาภรณ์ “จุฑาทิพย์ วิลาด”