การประชุมพิจารณางบประมาณปี 2569 ในวันที่ 3 เริ่มต้นอย่างเงียบเหงา ก่อนจะเริ่มดุเดือดเมื่อ สส. จากพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้เป็นเงินเดือนให้กับพระสงฆ์ และเสนอให้มีการตัดงบประมาณในส่วนนี้กว่า 5 พันล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2569 เป็นวันที่สาม บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีการลงมติเห็นชอบงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 27 ซึ่งเป็นงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน โดยเสนอให้มีการตัดงบประมาณที่ถูกจัดสรรให้กับพระสงฆ์ทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท
สส.ซัดเดือด! เอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ ตัดงบ 5 พันล้าน
นายภัณฑิลกล่าวว่า การนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้จ่ายเป็น “เงินเดือนพระ” นั้น ขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เน้นการละทิ้งทางโลก นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าการที่พระสงฆ์ได้รับเงินเดือน อาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องยาเสพติด และการเกี่ยวข้องกับเรื่องทางโลกมากเกินไป เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่าพระพุทธเจ้าคงจะตกใจอย่างมากหากทราบว่าคำสอนของพระองค์ถูกบิดเบือนไปมากขนาดนี้
สส.พรรคประชาชน เสนอตัดงบประมาณจ่ายเงินเดือนพระ
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเงินเดือนพระแล้ว นายภัณฑิลยังได้อภิปรายถึงงบประมาณที่จัดสรรให้กับพัดยศ ซึ่งถูกตัดลดลงไปครึ่งหนึ่งอันเนื่องมาจากข่าวอื้อฉาวของพระชั้นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมวัดต่างๆ และการให้เงินสนับสนุนแก่วัดในต่างประเทศอย่างมีการเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งเสนอให้มีการแยกศาสนาออกจากการบริหารงานของรัฐ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีทุกคน
ประเด็นที่ สส. พรรคประชาชนหยิบยกขึ้นมานั้น จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า การใช้เงินภาษีของประชาชนไปจ่ายให้พระสงฆ์นั้นไม่ถูกต้อง และขัดต่อหลักการที่ว่าศาสนาควรเป็นเรื่องส่วนบุคคล ในขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าการสนับสนุนพระสงฆ์เป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
การอภิปรายของนายภัณฑิลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง การถกเถียงในประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดเห็นในสังคมไทยเกี่ยวกับบทบาทของศาสนาในการบริหารงานของรัฐ
การพิจารณางบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในปีนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการอภิปรายในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการสนับสนุนศาสนาและการใช้จ่ายเงินภาษีอย่างเหมาะสม หากข้อเสนอของ สส. พรรคประชาชนได้รับการพิจารณาและนำไปปฏิบัติจริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดสรรงบประมาณสำหรับศาสนาในประเทศไทย
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตั้งคำถามต่อสิ่งที่เป็นมาแต่เดิม และการเรียกร้องหาความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ การอภิปรายเรื่อง สส.ซัดเดือด! เอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ ตัดงบ 5 พันล้าน จึงเป็นมากกว่าแค่การถกเถียงเรื่องงบประมาณ แต่เป็นการสะท้อนถึงค่านิยมและความเชื่อที่แตกต่างกันในสังคมไทย
ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราควรติดตามข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เพื่อให้ประเทศของเราพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
ที่มา – สส. ประชาชนซัดเดือดเอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ เสนอตัดงบฯ กว่า 5 พันล้าน

