การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีน นอกรอบการประชุมอาเซียนที่มาเลเซีย ได้เสร็จสิ้นลงในวันแรก และมีกำหนดการหารือกันต่อในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยมีการรายงานว่าการพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก สร้างความหวังถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และนายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เสร็จสิ้นการเจรจาการค้าวันแรกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 โดยโฆษกกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจา “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก”
โฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “การเจรจามีความสร้างสรรค์อย่างยิ่ง และเราคาดว่าจะกลับมาดำเนินการต่อในตอนเช้า” อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลมาเลเซีย รวมถึงฝ่ายสหรัฐฯ และฝ่ายจีน ต่างไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมในครั้งนี้มากนัก ทำให้ยังคงต้องติดตามความคืบหน้ากันต่อไป
สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ขู่ที่จะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีกถึง 100% และออกมาตรการทางการค้าอื่นๆ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อตอบโต้การที่จีนขยายการควบคุมการส่งออกแร่หายากมากขึ้น การตอบโต้ทางการค้าเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
ความเคลื่อนไหวที่แข็งกร้าวของทั้งสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าอันแสนเปราะบาง ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สิ้นสุดลงอย่างน่าเสียดาย ทำให้ความหวังที่จะเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีลดน้อยลง
การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีน ซึ่งเกิดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN) ในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง และปูทางสำหรับการประชุมกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่มีกำหนดจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ที่การประชุมเอเปกในเกาหลีใต้ หากการเจรจาเป็นไปในทิศทางบวก ก็อาจช่วยลดความตึงเครียดและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ในที่สุด
สหรัฐฯ ชี้ เจรจาการค้ากับจีนที่มาเลเซียวันแรก “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก”
ทำไมการเจรจาที่ “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก” ถึงมีความสำคัญ?
หากการเจรจา “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก” จริง ก็อาจหมายถึงการเริ่มต้นของการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามผลการเจรจาในวันอาทิตย์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาจุดร่วมและบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่
- ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก การลดความตึงเครียดทางการค้าจะช่วยให้การส่งออกของไทยฟื้นตัว และสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจ
- โอกาสสำหรับนักลงทุน: การคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้า อาจสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า
- ความสำคัญของการติดตามข่าวสาร: นักธุรกิจและนักลงทุนไทยควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวและคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
การที่สหรัฐฯ ออกมาชี้ว่าการเจรจาการค้ากับจีน “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก” ถือเป็นสัญญาณบวก แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าความขัดแย้งทางการค้าจะยุติลงโดยสมบูรณ์ การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ที่มา – สหรัฐฯ ชี้ เจรจาการค้ากับจีนที่มาเลเซียวันแรก “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก”


