อัปเดตโผ ครม.อนุทิน 1 พบชื่อ “บิ๊กดุลย์ อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เตรียมนั่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในโควตาคนนอก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของ “อนุทิน” เอง
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโผ ครม.อนุทิน 1 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้จัดทำ ล่าสุดมีรายงานว่า พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ บิ๊กดุลย์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม ในส่วนของโควตาคนนอก ซึ่งการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นจากความเชี่ยวชาญของพลโทอดุลย์ในด้านงานพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทอยู่ การเข้ามาของพลโทอดุลย์จะช่วยแบ่งเบาภาระของพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เป็นอย่างดี
พลโท อดุลย์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 27 และจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 38 นอกจากนี้ ท่านยังเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล อีกด้วย ความสัมพันธ์อันดีนี้อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้พลโทอดุลย์ได้รับความไว้วางใจให้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี
สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) โดยเฉพาะในรายชื่อบางคนที่อาจมีความสุ่มเสี่ยงอยู่บ้าง ทางนายกรัฐมนตรีได้ส่งรายชื่อแคนดิเดตสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีเกินจำนวนที่ต้องการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดแทนในกรณีที่จำเป็น คาดการณ์ว่ารายชื่อทั้งหมดจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ภายในสัปดาห์หน้า
สะพัด! ครม.อนุทิน 1 ดึง “บิ๊กดุลย์” นั่ง รมช.กห.
การปรับ ครม.อนุทิน 1 ในครั้งนี้ มีความน่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะการดึงบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาเสริมทีม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศด้วยทีมงานที่มีความสามารถหลากหลาย การได้พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ มาร่วมงาน น่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระทรวงกลาโหมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ภูมิภาคมีความผันผวนและมีความท้าทายด้านความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น
ทำไมต้อง “บิ๊กดุลย์” ใน ครม.อนุทิน 1?
เหตุผลสำคัญที่ทำให้พลโทอดุลย์ได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม อาจมาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การที่พลโทอดุลย์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายกรัฐมนตรี ก็อาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดความไว้วางใจและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
- ความเชี่ยวชาญด้านชายแดน: พลโทอดุลย์มีประสบการณ์ในการทำงานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและมีความท้าทายด้านความมั่นคง
- ความสัมพันธ์ส่วนตัว: การเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายกรัฐมนตรี ช่วยสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน
- การแบ่งเบาภาระ: การมี รมช.กลาโหม ที่มีความสามารถ จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรีว่าการฯ และทำให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งบุคคลภายนอกให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็อาจมีข้อเสียบ้าง เช่น การขาดประสบการณ์ในการทำงานในระบบราชการ หรือการไม่มีฐานเสียงทางการเมืองที่แข็งแกร่ง ดังนั้น รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารจัดการความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงใน ครม.อนุทิน 1 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การตัดสินใจต่างๆ ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือการที่รัฐบาลสามารถสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับเหตุผลและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไป
การจับตาดูการทำงานของ ครม.อนุทิน 1 ชุดใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะผลงานของรัฐบาลชุดนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนหรือไม่
ที่มา – สะพัดครม.อนุทิน 1 ดึง “บิ๊กดุลย์” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นั่ง รมช.กห. โควตาคนนอก


