“สุริยะ” สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบ อสค. ทั้งระบบ ชง ครม. ขอเงินกู้ยืมหมุนเวียน เป็นข่าวสำคัญในวงการเกษตรไทยที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ เนื่องจากปัญหาการขาดทุนต่อเนื่องขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร
“สุริยะ” สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบ อสค. ทั้งระบบ ชง ครม. ขอเงินกู้ยืมหมุนเวียน
วันที่ 27 เมษายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งมอบหมายให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาการขาดสภาพคล่องและขาดทุนสะสมของ อ.ส.ค. อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเชื่อว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น เพราะองค์กรนี้ขาดทุนมาต่อเนื่องหลายปี ซึ่งจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลาม
“ผมสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าทำไมเงินส่งไปมันขาดทุนอยู่ตลอดเวลา คงต้องให้รัฐมนตรีช่วยเข้ามาดูเรื่องนี้” นายสุริยะ กล่าวอย่างหนักแน่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
ปัญหาขาดทุนของ อ.ส.ค. และผลกระทบต่อเกษตรกร
อ.ส.ค. หรือ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูง เช่น นมสด นมเปรี้ยว โยเกิร์ต และอื่นๆ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อ.ส.ค. ประสบปัญหาขาดทุนหนัก เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น ราคานมโลกผันผวน ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากราคาอาหารสัตว์ที่แพง การจัดการภายในที่อาจมีจุดอ่อน และปริมาณนมดิบที่รับซื้อเกินกำลังการผลิต
- ขาดทุนสะสมหลายพันล้านบาท
- ไม่สามารถรับซื้อนมดิบจากเกษตรกรได้ทันเวลา ส่งผลให้เกษตรกรต้องทิ้งนมหรือขายราคาถูก
- กระทบต่อความเชื่อมั่นของเกษตรกรกว่า 20,000 รายทั่วประเทศ
- ปัญหาสภาพคล่องทำให้กิจการหยุดชะงัก
ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ แต่ยังกระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมไทยโดยรวม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหาร
มาตรการแก้ไขเบื้องต้น: ชงครม. ขออนุมัติเงิน 600 ล้านบาท
เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ในวันที่ 28 เมษายน 2569 นายสุริยะ จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติจัดสรรเงิน 600 ล้านบาท จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำหรับโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 ของ อ.ส.ค. โดยย้ำชัดว่าเงินนี้เป็นเพียงเงินกู้ยืมหมุนเวียน ไม่ใช่การอุดหนุนถาวร เพื่อให้ อ.ส.ค. สามารถบริหารจัดการกิจการต่อเนื่องได้ โดยจะต้องชำระคืนตามกำหนด
นอกจากนี้ การตั้งกรรมการตรวจสอบทั้งระบบ จะช่วยค้นหาสาเหตุรากเหง้า เช่น การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง หรือปัญหาโครงสร้างองค์กร เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน เช่น ปรับปรุงกระบวนการผลิต เพิ่มมูลค่านมแปรรูป ส่งออกตลาดต่างประเทศ หรือร่วมมือกับเอกชน
การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการดูแลเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มเลี้ยงโคนมที่เป็นฐานรากเศรษฐกิจชนบท หากแก้ไขได้สำเร็จ จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ในมุมมองของผู้เขียน การสั่งตรวจสอบทั้งระบบแบบนี้เป็นก้าวสำคัญที่ถูกต้อง เพราะปัญหาขาดทุนไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ต้องแก้ที่ต้นตอ หากปล่อยไว้จะยิ่งลุกลาม ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจเกษตรทั้งระบบ แนะนำให้เกษตรกรติดตามความคืบหน้า และเตรียมตัวปรับตัวตามนโยบายใหม่ๆ ที่จะออกมา
CTA: ติดตามข่าวสารเกษตรกรรมและนโยบายรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – “สุริยะ” สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบ อสค. ทั้งระบบ ชง ครม. ขอเงินกู้ยืมหมุนเวียน


