คดีอดีตพระอลงกต หรือ ทิดจอร์จ ยังคงเป็นที่จับตา ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “หมอบี” และความสัมพันธ์ภายในวัดพระบาทน้ำพุ
“หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” จริงหรือ?
จากกรณีที่ “บิ๊กเต่า” พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังคนใกล้ชิดของ “ทิดอลงกต” ประมาณ 30 คน ความขัดแย้งภายในเริ่มปะทุขึ้นเมื่อหนึ่งในหญิงคนสนิทของ “หมอบี” พบว่ามีการเขียนหนังสือระบุว่าทั้ง 4 คนเป็นพี่น้องกัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามว่าในวันที่ตำรวจเข้าจับกุม นักร้องสาวชื่อดังอยู่ในบ้านด้วยหรือไม่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลักฐานที่ยึดมาได้มีจำนวนมาก ทั้งเงินสดหลายล้านบาท ปืน เอกสาร สังหาริมทรัพย์ และที่ดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดแยกและตรวจสอบอย่างละเอียด
เกี่ยวกับประเด็นคนใกล้ชิดของหมอบีที่ออกมาแฉ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่า พบคนใกล้ชิดหมอบีทั้งหมด 3 คน และคนใกล้ชิดห่างๆ อีก 1 คน โดยทั้งหมดอยู่ในบ้านในวันที่เข้าตรวจค้น ส่วนเลขาของหมอบีก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงนักร้องสาวชื่อดัง รองผบช.ก. ตอบว่า “เห็นแว้บๆ” ทำให้เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของคนกลุ่มนี้
เมื่อถามถึงระยะเวลาที่ทั้ง 3 คนอาศัยอยู่ที่บ้านสีดำกับหมอบี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เลี่ยงที่จะตอบโดยตรง แต่กล่าวว่า หมอบีมีความสามารถในการสะกดจิตใจให้ทุกคนเชื่อได้ โดยการเขียนหนังสือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หมอบีเป็นคนที่มีความสามารถในการโน้มน้าวใจคน
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ความขัดแย้งภายในบ้านเกิดจากการปันความรักไม่เท่ากัน หรือการบริหารงานของหมอบีไม่ดีเท่าที่ควร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวติดตลกว่า อยากจะไปเรียนรู้การบริหารของหมอบีบ้าง แต่คิดว่าตนเองอาจจะไม่มีความสามารถพอ
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการจ้างคอนเสิร์ตโดยดารานักร้อง และการนำเงินบริจาคไปใช้ ซึ่งอดีตพระอลงกตได้บ่นถึงเรื่องนี้ว่า กลุ่มนักร้องที่มาแสดงดนตรีโกงค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้
เกี่ยวกับการโอนชื่อบ้านดำของหมอบีไปยังบุคคลอื่น พบว่า หมอบีได้โอนไปให้อดีตพระอลงกตก่อนที่จะมีเรื่องกัน นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลการเดินบัญชีที่แสดงให้เห็นว่ามีการนำเงินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม
ส่วนกระแสข่าวเรื่องพินัยกรรมที่ระบุว่า หากอดีตพระอลงกตเสียชีวิต บ้านหลังดังกล่าวจะกลับมาเป็นชื่อของหมอบี ตำรวจยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า ตำรวจมีนโยบายที่จะนำทรัพย์สินของคนที่บริจาคและมีผู้อื่นเป็นผู้ครอบครอง คืนให้กับวัด หากไม่คืนจะถือว่ามีเจตนานำทรัพย์สินของวัดไปเป็นของตนเอง
ในส่วนของโรงเรียนและใจฟ้าอคาเดมี รัฐบาลได้เข้าไปดูแลแล้ว อดีตพระอลงกตมีความห่วงใยเพียงแค่เรื่องผู้ป่วย HIV ที่พักรักษาตัวอยู่ในวัด ซึ่งกองปราบได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแลแล้ว
ประเด็นเรื่องภรรยาและลูกของอดีตพระอลงกตยังคงเป็นข้อสงสัยที่ต้องตรวจสอบต่อไป โดยได้เก็บดีเอ็นเอของอดีตพระอลงกตเพื่อตรวจสอบแล้ว
เส้นทางการเงินที่ซับซ้อน และ “อลงกตการละคร”
การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนในเรื่องการเบิกถอน และมีผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับอดีตพระอลงกต เชื่อว่าเงินน่าจะผ่านบัญชีวัดหลายพันล้านบาท เรื่องนี้ ปปง. ได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว และจะมีการขยายผลต่อไป โดยผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นเงินเหล่านี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน
ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การที่อดีตพระอลงกตสามารถเดินได้สะดวกระหว่างถูกจับกุม ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่นั่งวีลแชร์เป็นประจำ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า อาจจะเป็น “อลงกตการละคร” เพื่อตบตาประชาชนและได้รับเงินบริจาค
เรื่องราวของ “หมอบี” และอดีตพระอลงกตยังคงมีเงื่อนงำอีกมากมายที่ต้องติดตามกันต่อไป การบริหารจัดการภายในวัด การใช้จ่ายเงินบริจาค และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ล้วนเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตพระอลงกตและคนใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานขององค์กรการกุศล และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินบริจาค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก
คดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับอดีตพระอลงกต และ “หมอบี” สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหา และความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น การออกมาแฉเรื่องราว “หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสงฆ์และการบริจาค
ที่มา – “หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” นั่งวีลแชร์ตบตาเพื่อเงินบริจาค

