ในยุคที่ภัยแล้งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะปี 2569 ที่คาดว่าจะมีฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำรุนแรง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตอกย้ำบทบาทในการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว. พร้อมนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชม GISTDA (จิสด้า) ที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อเปิดตัว ระบบเช็คแล้ง เครื่องมือสุดล้ำที่ผสาน AI กับข้อมูลดาวเทียม
ระบบเช็คแล้ง: AI ดาวเทียมสู้ภัยแล้ง 2569
ระบบเช็คแล้ง เป็นนวัตกรรมที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลก ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยแล้งแบบละเอียดถึงระดับแปลงเกษตรแต่ละจุด ระบบนี้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าว่าพื้นที่ไหนจะขาดน้ำ พืชผลจุดใดเสี่ยงเสียหาย และต้องใช้น้ำเท่าไหร่ ช่วยให้เกษตรกรและหน่วยงานรัฐวางแผนรับมือได้ทันท่วงที ไม่ต้องรอให้ภัยแล้งถาโถมแบบปีก่อนๆ
ประเทศไทยเผชิญภัยแล้งซ้ำซากมานาน โดยเฉพาะภาคเกษตรที่คิดเป็น 60% ของการใช้น้ำทั้งประเทศ ระบบเช็คแล้ง จึงตอบโจทย์ตรงนี้ ด้วยการประมวลผลข้อมูลเรียลไทม์จากดาวเทียม ทำให้เห็นภาพความชื้นดิน อุณหภูมิ และปริมาณฝนแบบละเอียด ไม่ใช่แค่ระดับจังหวัด แต่ลงลึกถึงตำบลหรือหมู่บ้าน เกษตรกรสามารถเข้าใช้งานผ่านแอปหรือเว็บ เพื่อเช็คแปลงของตัวเองได้ง่ายๆ
ประโยชน์ของระบบเช็คแล้ง ต่อเกษตรกรและประเทศ
ประโยชน์หลักของ ระบบเช็คแล้ง ไม่ใช่แค่เตือนภัย แต่ช่วยประหยัดน้ำ ลดความเสียหายจากพืชผล และเพิ่มผลผลิต โดยรัฐบาลสามารถจัดสรรน้ำจากเขื่อนไปยังพื้นที่เสี่ยงได้แม่นยำ ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เคยสูงถึงหมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ของ GISTDA เช่น การพยากรณ์อากาศและจัดการน้ำท่วม สร้าง ecosystem การบริหารทรัพยากรน้ำที่สมบูรณ์
โชว์ความก้าวหน้า THEOS-3 ดาวเทียมไทย 100%
ในโอกาสเดียวกัน คณะยังเยี่ยมศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (NAIT) เพื่อติดตามดาวเทียม THEOS-3 รุ่นล่าสุดที่พัฒนาโดยคนไทยทั้งหมด จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
- ออกแบบโดยคนไทย – ทีมวิศวกรไทยเชี่ยวชาญครบทุกขั้นตอน
- หนุนธุรกิจไทย – ใช้ชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการในประเทศกว่า 50%
- ประกอบในไทย – ทุกขั้นตอนที่ NAIT มาตรฐานสากล
THEOS-3 จะช่วยเสริมข้อมูลให้ ระบบเช็คแล้ง แม่นยำยิ่งขึ้น และเปิดทางสู่ Space Economy ของไทย เช่น จัดการจราจรอวกาศ พยากรณ์สภาพอวกาศ สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมใหม่นับล้านล้านบาท
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า GISTDA พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศด้วยศักยภาพคนไทย ข้อมูลภูมิสารสนเทศจะเป็นหัวใจขับเคลื่อนภาคเกษตร ภัยพิบัติ และเศรษฐกิจ โดยเปิดแพลตฟอร์มให้สตาร์ทอัพและเอกชนร่วมพัฒนา รัฐบาลจะผลักดันระบบนิเวศอวกาศครบวงจร ตั้งแต่บุคลากร มหาวิทยาลัย Spaceport ไปจนถึงกฎหมายธุรกิจอวกาศ
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA เผยว่า 3 ปีข้างหน้า ไทยจะเป็น Data Driven Nation ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมให้ยั่งยืน
นวัตกรรมอย่าง ระบบเช็คแล้ง และ THEOS-3 แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้ไกลตัว แต่เป็นกุญแจสู่การพัฒนาประเทศ สู้ภัยพิบัติและสร้างโอกาสใหม่ หากเราลงทุนถูกจุด ไทยจะก้าวเป็นผู้นำภูมิภาคได้ไม่ยาก
คุณคิดอย่างไรกับระบบเช็คแล้งนี้? หากเป็นเกษตรกร จะนำไปใช้อย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทเทคโนโลยีไทยเพิ่มเติม!
ที่มา – อว. เปิดตัว “ระบบเช็คแล้ง” AI ดาวเทียมสู้ภัยแล้ง 2569-โชว์ความก้าวหน้า THEOS-3



