เจาะลึก 27 เที่ยวบินของประธานฟีฟ่าในฟุตบอลโลก
การแข่งขันฟุตบอลโลกกลางปีนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ใช่แค่เรื่องของเกมในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเดินทางของ จานนี อินฟานตีโน ประธานฟีฟ่า ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเขาได้เดินทางไปดูการแข่งขันในสนามต่างๆ กว่า 24 นัด ในช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์ โดยใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวร่วม 27 เที่ยวบิน
ทำไมการเดินทางและ 27 เที่ยวบินของประธานฟีฟ่าในฟุตบอลโลกถึงเป็นประเด็น
แม้ว่าฟีฟ่าจะมีกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่ประกาศไว้อย่างสวยหรู แต่การที่ผู้นำองค์กรเลือกใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเดินทางข้ามทวีปไปมาระหว่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ได้สร้างคำถามมากมายเกี่ยวกับความจริงใจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากข้อมูลพบว่าการเดินทางด้วยเจ็ตส่วนตัวของเขาในรอบสองสัปดาห์นั้น ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ากับปริมาณที่คนทั่วไป 78 คนปล่อยออกมาในหนึ่งปี
สถิติที่น่าสนใจจากการเดินทางของประธานฟีฟ่า
จากการติดตามข้อมูลการบินพบว่า อินฟานตีโนเดินทางด้วยความถี่ที่สูงมาก บางวันเขาเดินทางมากกว่า 3 เที่ยวบินเพื่อไปชมการแข่งขันให้ทันตามตาราง การเดินทางที่ไกลที่สุดคือเส้นทางแวนคูเวอร์ไปไมอามี ซึ่งรวมแล้วเขามีชั่วโมงบินไปแล้วกว่า 66 ชั่วโมงในช่วงครึ่งแรกของทัวร์นาเมนต์นี้ การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกับนโยบาย Net-zero ที่ฟีฟ่าพยายามผลักดัน
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่เขาใช้มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศอย่างมหาศาล
- ความย้อนแย้ง: ในขณะที่แฟนบอลถูกขอให้เลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ผู้บริหารระดับสูงกลับเลือกใช้การเดินทางที่ปล่อยคาร์บอนสูงที่สุด
- เสียงสะท้อนจากนักวิชาการ: ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมองว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้นำองค์กรระดับโลก
แม้ทางโฆษกฟีฟ่าจะระบุว่าการเดินทางส่วนใหญ่เป็นเรื่องของภารกิจทางการที่ต้องทำแข่งกับเวลา แต่นักวิจารณ์จากกลุ่ม Cool Down กลับย้ำว่านี่คือพฤติกรรมที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นในเรื่องสิ่งแวดล้อมของฟีฟ่าอย่างรุนแรง
ในยุคที่โลกร้อนขึ้นทุกขณะ การเป็นแบบอย่างที่ดีคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับผู้นำองค์กรยักษ์ใหญ่ หากฟีฟ่ายังคงมองว่าการใช้เจ็ตส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนตัวภายใต้ข้ออ้างด้านประสิทธิภาพ ประสบการณ์จากฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็คงเป็นบทเรียนราคาแพงที่วงการฟุตบอลต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า ความยั่งยืนควรมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงแค่ถ้อยคำสวยหรูในรายงานประจำปีเท่านั้น
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ








