เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่สุรินทร์ เดินหน้า 5 ภารกิจด่วนกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ รับฟังปัญหาจากประชาชน และมอบแนวทางการทำงานให้หน่วยงานในพื้นที่เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนแนวคิดว่าการบริหารงานภาครัฐควรเข้าหาประชาชน ไม่รอให้ปัญหาขยายตัวจนแก้ไขได้ยาก
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่อำเภอเขวาสินรินทร์และอำเภอศีขรภูมิ พร้อมประชุมติดตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยเน้นการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชน
เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่สุรินทร์ เดินหน้า 5 ภารกิจด่วนกระทรวงมหาดไทย
ภารกิจแรกคือการลงพื้นที่สระหนองโคก หมู่ที่ 3 ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ เพื่อติดตามโครงการก่อสร้างพัฒนาเมืองและปรับปรุงภูมิทัศน์สระหนองโคก โครงการนี้มีเป้าหมายฟื้นฟูพื้นที่รอบแหล่งน้ำให้กลับมาใช้งานได้เต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ออกกำลังกาย หรือพื้นที่จัดกิจกรรมของคนในชุมชน
การพัฒนาแหล่งน้ำไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและสร้างพื้นที่พบปะของคนในท้องถิ่น หากมีการบริหารจัดการที่ดี แหล่งน้ำชุมชนก็สามารถเป็นทั้งพื้นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และพื้นที่ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนได้อีกด้วย
เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่สุรินทร์ เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน
จากนั้น นายเจเศรษฐ์เดินทางไปบ้านพันษี ตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามการพัฒนาสระน้ำหนองเจริญ หมู่ที่ 5 โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบ การลงพื้นที่ทำให้หน่วยงานสามารถเห็นสภาพจริง รับทราบข้อจำกัด และนำข้อมูลไปวางแผนแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น
นายเจเศรษฐ์เน้นว่า ส่วนราชการไม่ควรรอให้ประชาชนเดินทางเข้ามาร้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ควรลงไปพูดคุย รับฟัง และตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงพื้นที่ การทำงานเช่นนี้ช่วยให้การแก้ปัญหามีความรวดเร็วและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน ที่สำคัญต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและติดตามผลการดำเนินงานได้
5 ภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำ
ในการประชุมติดตามนโยบาย นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยมี 5 ภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งขับเคลื่อน ดังนี้
- ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุนการสร้างรายได้ในชุมชน ลดภาระค่าครองชีพ และเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อให้ประชาชนช่วยเหลือและพึ่งพากันในระดับท้องถิ่น
- ยกระดับความปลอดภัย: จัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะอย่างจริงจัง
- เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ: ให้ฝ่ายปกครองทำงานใกล้ชิดกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชน
- ยกระดับบริการประชาชน: ผลักดันบริการภาครัฐให้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะบริการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
- ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด: เดินหน้าบำบัดรักษาผู้เสพในชุมชน ควบคู่กับการตัดวงจรยาเสพติด และแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ
เร่งระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยให้ทันสถานการณ์
อีกประเด็นที่ได้รับการเน้นย้ำคือการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ต้องทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านแผนเผชิญเหตุ เครื่องมือ เครื่องจักรกล และบุคลากร เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ระบบแจ้งเตือนภัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสีย โดยนายอำเภอต้องเร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อให้สามารถส่งข้อความ Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การแจ้งเตือนที่ทันเวลาอาจช่วยให้ประชาชนมีโอกาสเตรียมตัว อพยพ หรือป้องกันทรัพย์สินก่อนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น
ภาพรวมของ เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่สุรินทร์ เดินหน้า 5 ภารกิจด่วนกระทรวงมหาดไทย จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจเยี่ยมโครงการแหล่งน้ำ แต่ยังเป็นการติดตามการทำงานของหน่วยงานรัฐในหลายมิติ ตั้งแต่เศรษฐกิจ ความปลอดภัย การบริการประชาชน ไปจนถึงการรับมือภัยพิบัติและปัญหายาเสพติด
สำหรับประชาชน สิ่งที่คาดหวังได้จากการลงพื้นที่คือการทำงานที่ใกล้ชิดและเห็นปัญหาจริงมากขึ้น ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ต้องนำข้อเสนอและนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผล ไม่ใช่เพียงรายงานผลบนเอกสารเท่านั้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง แหล่งน้ำที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยสร้างประโยชน์ระยะยาว และ 5 ภารกิจเร่งด่วนจะกลายเป็นแนวทางที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนสุรินทร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนาท้องถิ่นจะสำเร็จได้เมื่อภาครัฐรับฟังประชาชนและลงมือทำอย่างจริงจัง คนในชุมชนจึงควรมีส่วนร่วมในการเสนอปัญหา ติดตามโครงการ และสะท้อนผลการทำงาน เพื่อให้การพัฒนาสุรินทร์เดินหน้าไปในทิศทางที่ตอบโจทย์ทุกคน
ที่มา – “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่สุรินทร์ เดินหน้า 5 ภารกิจด่วนกระทรวงมหาดไทย


