รัฐบาลผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” สนับสนุนค่าเดินทาง ค่าที่พัก หวังกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา คาดเงินสะพัดกว่า 90 ล้านบาท เริ่ม 15 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป
วันที่ 31 ต.ค. 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บูรณาการความร่วมมือกับภาคีพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบหมู่คณะ (Group Tour) ผ่านบริษัทนำเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ
โครงการดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจและน่าสนับสนุนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางเป็นกลุ่มและต้องการความสะดวกสบายในการจัดการทริป
ครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดน
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดน ภายใต้โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ทั้งนี้ ททท. จะสนับสนุนค่าเดินทางในอัตราตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้กับบริษัทนำเที่ยว สำหรับรายการนำเที่ยวที่เป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืน (คืนละ 300 บาท) ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายด้านแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง อาหาร ของที่ระลึก และบริการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และร้านค้าชุมชน รวมถึงก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคบริการและธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดเหล่านี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัดวาอารามเก่าแก่ ตลาดพื้นเมืองที่มีสินค้าหัตถกรรมและอาหารอร่อยๆ หากคุณยังไม่เคยไปเที่ยวจังหวัดเหล่านี้ โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมๆ กัน
ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน 7 จังหวัดชายแดน:
- อุบลราชธานี: สามพันโบก, ผาแต้ม, วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)
- ศรีสะเกษ: ปราสาทเขาพระวิหาร, วัดมหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)
- สุรินทร์: ปราสาทศีขรภูมิ, หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง
- บุรีรัมย์: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง, สนามช้างอารีน่า
- สระแก้ว: ปราสาทสด๊กก๊อกธม, ตลาดโรงเกลือ
- จันทบุรี: อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล, น้ำตกพลิ้ว
- ตราด: เกาะช้าง, เกาะกูด
เริ่ม 15 พ.ย.นี้จนกว่าครบสิทธิ์
โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จะเริ่มเปิดให้เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบสิทธิ์ จำนวน 10,000 คน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน สร้างโอกาสใหม่ทางการตลาด และคืนความคึกคักให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย สำหรับบริษัทนำเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมและยื่นคำขอรับการสนับสนุนผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” แนะนำให้สอบถามรายละเอียดจากบริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนก่อนตัดสินใจเดินทาง
โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวในประเทศ อย่าลืมพิจารณา 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และเข้าร่วมโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” เพื่อสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่คุ้มค่าและมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ที่มา – รัฐบาลผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ”เที่ยวเป็นหมู่คณะผ่านบริษัทนำเที่ยว


