เรือปืนอิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน หลังปิดฮอร์มุซรอบใหม่

เรือปืนอิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน หลังปิดฮอร์มุซรอบใหม่

เรือปืนอิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน หลังปิดฮอร์มุซรอบใหม่ สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกครั้ง เมื่อหน่วยงานของอังกฤษรายงานเหตุการณ์รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก

เรือปืนอิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน หลังปิดฮอร์มุซรอบใหม่

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 สำนักงานปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ได้รับแจ้งจากกัปตันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งว่า เรือปืนของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จำนวน 2 ลำ ได้เข้าประชิดและเปิดฉากยิงอาวุธใส่เรือขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระยะห่างประมาณ 20 ไมล์ทะเล หรือราว 37 กิโลเมตร นอกชายฝั่งโอมาน โดยไม่มีคำเตือนทางวิทยุใดๆ ก่อนเกิดเหตุ

UKMTO ยืนยันว่าเรือบรรทุกน้ำมันและลูกเรือปลอดภัยดี แม้จะไม่เปิดเผยชื่อเรือ แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากอิหร่านประกาศบังคับใช้มาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดความเชื่อใจหลายครั้ง

รายละเอียดการโจมตีเรือคอนเทนเนอร์เพิ่มเติม

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา UKMTO รายงานเหตุการณ์ที่สอง เมื่อเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด ส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนเสียหาย เกิดขึ้นที่ระยะ 25 ไมล์ทะเล หรือ 46 กิโลเมตร นอกชายฝั่งโอมาน ยังไม่ชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ตึงเครียดในพื้นที่

  • เหตุการณ์หลัก: เรือปืน IRGC ยิงใส่เรือ tanker โดยไม่มีคำเตือน
  • สถานที่: ช่องแคบฮอร์มุซ นอกโอมาน
  • ผลกระทบ: เรือ tanker ปลอดภัย แต่ container ship เสียหายบางส่วน
  • บริบท: อิหร่านปิด strait เพื่อตอบโต้ทรัมป์

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก การปิดกั้นครั้งนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

พื้นหลังความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯ

เหตุการณ์เรือปืนอิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน หลังปิดฮอร์มุซรอบใหม่ เกิดหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าจะเดินหน้าปิดล้อมการขนส่งสินค้าที่ใช้ท่าเรืออิหร่านต่อไป อิหร่านมองว่านี่คือการยั่วยุ ทำให้ตัดสินใจใช้มาตรการตอบโต้ทันที

ในอดีต ช่องแคบฮอร์มุซเคยถูกขู่ว่าจะปิดหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงสงครามน้ำมันในปี 1980s และเหตุการณ์โจมตีเรือ tanker ในปี 2019 ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเตือนว่า หากสถานการณ์ลุกลาม อาจเกิดการสกัดกั้นเรือสินค้าอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายขนส่งเพิ่มขึ้น และห่วงโซ่อุปทานโลกชะงักงัน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมือง

การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความหวาดกลัวให้กองทุนเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ยังทำให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นกว่า 5% ในวันเดียว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากฮอร์มุซถูกปิดจริง ราคาน้ำมันอาจแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • กระทบผู้ส่งออกน้ำมันจากซาอุฯ และ UAE
  • เพิ่มต้นทุนนำเข้าน้ำมันของเอเชีย
  • เสี่ยงต่อการแทรกแซงทางทหารจากสหรัฐฯ และพันธมิตร

สำหรับประเทศไทย รัฐบาลควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเตรียมแผนสำรองด้านพลังงาน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนนี้

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเส้นทางทะเลโลก การเจรจาทางการทูตจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้!

ที่มา – เรือปืนอิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน หลังปิดฮอร์มุซรอบใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: