แจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกร 'วัดบางคลาน' หลังพบพฤติกรรมยักยอกเงิน

แจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกรวัดบางคลานยักยอกเงิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมาอัพเดทกันนะครับ เรื่องแจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกรวัดบางคลานยักยอกเงิน จากกรณีการขายพระเครื่องหลวงพ่อเงินรุ่นย้อนยุคประวัติศาสตร์นี่เอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่วัดหิรัญญาราม หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านพระเครื่องหลวงพ่อเงิน พระกรุดังที่สร้างศรัทธาให้พุทธศาสนิกชนมานานหลายสิบปี แต่กลับกลายเป็นประเด็นร้อนจากข้อกล่าวหาการทุจริตทางการเงิน

แจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกรวัดบางคลานยักยอกเงิน

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. พระครูพิสุทธิวรากร ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน และนายพร ปั้นเพ็ง อายุ 73 ปี อดีตไวยาวัจกร ได้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของตำรวจ ข้อหาที่แจ้งมี 2 มาตราใหญ่ๆ คือ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการทรัพย์ ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต มาตรา 157 ทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธในเบื้องต้น แต่ตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งเส้นทางการเงินและเอกสารต่างๆ

พื้นหลังความขัดแย้งยาวนานกว่า 11 ปี

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ นะครับ แต่สืบเนื่องจากความขัดแย้งภายในวัดบางคลานที่ยืดเยื้อมานานกว่า 11 ปี ตั้งแต่สมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนมรณภาพ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกล่าวหาว่าเงินวัดหายไปกว่า 54 ล้านบาท แต่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเงินยังครบถ้วน ต่อมาความขัดแย้งลุกลามไปออกรายการทีวี ทำให้ชุมชนบางคลานถูกมองในแง่ลบ วัดต้องใช้เงินจ้างทนายฟ้องชาวบ้านที่ต่อต้านไปกว่า 9 ล้านบาท ล่าสุดปี 2566 ชาวบ้านนำโพยแบ่งผลประโยชน์มูลค่า 2.5 ล้านบาทมาแจ้งความ จนนำไปสู่การตรวจสอบครั้งนี้ โดยนายอำนาจ อดีตไวยาวัจกรคนหนึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์

พิรุธสำคัญจากการจำหน่ายพระหลวงพ่อเงินรุ่นย้อนยุค

จุดเริ่มต้นของคดีแจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกรวัดบางคลานยักยอกเงินมาจากปลายปี 2565 ที่นายรักษ์ ศรีเกตุ ผู้สร้างพระชื่อดัง ขออนุญาตเจ้าอาวาสสร้างพระหลวงพ่อเงิน รุ่นย้อนยุคประวัติศาสตร์ จำนวน 25,500 องค์ มูลค่ารวม 44.5 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาทรงไทยเฉลิมพระเกียรติ แต่ขายได้ไม่หมด วัดได้รับพระไปจำหน่ายจำนวนหนึ่ง คิดเป็นเงิน 9 ล้านบาทหากขายหมด แต่ปัญหาคือเงินหายไป!

จากการสืบสวนของ บก.ปปป. พบพิรุธชัดเจนหลายประการ ดังนี้

  • ไม่บันทึกรายรับ-รายจ่าย: เงิน 9 ล้านบาทจากขายพระไม่ปรากฏในบัญชีวัด (ศบ.ว.5) เลย
  • ใช้บัญชีบุคคลอื่น: เปิดบัญชีรับจองพระในนามวัด แต่โอนเงินผ่านบัญชีคนอื่น แล้วกระจายต่อไปยังพวกพ้อง
  • อ้างซื้อที่ดินบังหน้า: อ้างนำเงินซื้อที่ดินถวายวัด แต่ตรวจสอบพบซื้อจริงแค่ 190,000 บาท ส่วนต่างหลายล้านหายไปไหน?
  • ใช้มูลนิธิหลวงพ่อเงินเอื้อประโยชน์: มูลนิธิในวัดถูกใช้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว และมีการจ้างทนายปิดปากชาวบ้านกว่า 9 ล้าน

นอกจากนี้ ยังแยกคดีบางส่วนไปที่ สภ.โพทะเล แล้ว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ย้ำว่า จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ชุมชน

บทเรียนจากกรณีทุจริตในวัดบางคลาน

กรณีนี้สะท้อนปัญหาความไม่โปร่งใสในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน พระหลวงพ่อเงินเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างศรัทธา แต่กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ มันทำให้เราต้องคิดถึงการตรวจสอบบัญชีวัดให้เปิดเผยมากขึ้น ชาวบ้านบางคลานต่อสู้เพื่อความจริงมานาน สุดท้ายความยุติธรรมกำลังจะมาถึง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องแจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกรวัดบางคลานยักยอกเงินนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ อย่าลืมติดตามข่าวอัพเดทคดีเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญนะครับ!

ที่มา – แจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกร “วัดบางคลาน” หลังพบพฤติกรรมยักยอกเงิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: