นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า สกนช.ได้ประเมินแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าปีนี้ โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 75-85 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล น้ำมันเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และก๊าซหุงต้ม เฉลี่ยอยู่ที่ 460-500 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยมีปัจจัย มาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว ความต้องการใช้เชื้อเพลิงในช่วงฤดูหนาวในต่างประเทศโดยเฉพาะในสหภาพยุโรป ไม่สูงมากนัก เพราะอุณหภูมิไม่หนาวมาก ขณะที่กำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสที่ยังล้นตลาด ประกอบกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีอิสราเอล-อิหร่าน และความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่สงบ
สำหรับการบริหารสภาพคล่อง และฟื้นฟูฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบต่ำสุดรอบ 3 ปี มั่นใจใช้หนี้หมด มีความก้าวหน้าในการฟื้นฟูฐานะทางการเงินอย่างชัดเจน จากเดิมวันที่ 29 ก.ย.2567 ติดลบ 99,067 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้เงินกู้ยืมอยู่ที่ 99,087 ล้านบาท ล่าสุด วันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ติดลบเหลือเพียง 13,274 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวก 27,965 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้มติดลบ 41,239 ล้านบาท และมีหนี้เงินกู้ยืมอยู่ที่ 31,804 ล้านบาท ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
“ในปีนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนของกองทุนน้ำมัน เพราะฐานะการเงินฟื้นตัวชัดเจน และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานให้ประชาชน หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังทรงตัวในระดับปัจจุบัน คาดว่ากองทุนน้ำมันจะมีฐานะเป็นบวกได้ภายในสิ้นปี และจะสามารถชำระหนี้เงินกู้ธนาคารทั้งหมดได้ตามระยะเวลาที่กำหนดภายในปี 2572 หรืออาจจะเร็วกว่าที่กำหนดหากราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ผันผวนมากจนเกินไป”
กองทุนน้ำมันฯ ติดลบต่ำสุดรอบ 3 ปี มั่นใจใช้หนี้หมด
สถานการณ์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและราคาพลังงานในประเทศ การที่กองทุนน้ำมันฯ สามารถลดการติดลบลงได้อย่างมากในระยะเวลาอันสั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีและบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของกองทุนน้ำมัน
- ราคาน้ำมันตลาดโลก: การคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวในระดับต่ำกว่าปีนี้ มีส่วนช่วยลดภาระของกองทุนในการชดเชยราคาน้ำมัน
- การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ: การบริหารจัดการภายในกองทุนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้
- เสถียรภาพทางการเมือง: สถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ผันผวนมากนัก ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงในการลงทุน
ความท้าทายที่ยังคงมีอยู่
แม้ว่าสถานการณ์กองทุนน้ำมันฯ ติดลบต่ำสุดรอบ 3 ปี มั่นใจใช้หนี้หมด จะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเฝ้าระวัง:
- ความผันผวนของราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของกองทุน
- หนี้สินคงค้าง: แม้ว่าจะสามารถลดหนี้สินลงได้มาก แต่ก็ยังมีหนี้สินคงค้างที่ต้องจัดการ
- นโยบายภาครัฐ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุน
อนาคตของกองทุนน้ำมัน
จากแนวโน้มในปัจจุบัน หากกองทุนน้ำมันยังคงรักษาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และราคาน้ำมันตลาดโลกไม่ผันผวนมากนัก มีความเป็นไปได้สูงที่กองทุนน้ำมันจะสามารถกลับมามีฐานะเป็นบวกได้ภายในสิ้นปี และสามารถชำระหนี้สินทั้งหมดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในปี 2572 อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงที
โดยสรุปแล้ว สถานการณ์กองทุนน้ำมันฯ ติดลบต่ำสุดรอบ 3 ปี มั่นใจใช้หนี้หมด ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการกองทุนอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
ที่มา – กองทุนน้ำมันฯ ฟื้นฐานะติดลบต่ำสุดในรอบ 3 ปี มั่นใจชำระหนี้เงินกู้ทั้งหมดภายในปี 2572


