กานาดำเนินคดีการปฏิเสธวีซ่าของ Thomas Partey
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการลูกหนังระดับโลก เมื่อรัฐบาลกานาตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อทบทวนการตัดสินใจของแคนาดา หลังจากที่ Thomas Partey มิดฟิลด์ตัวเก่งถูกปฏิเสธวีซ่าเข้าประเทศ ทำให้เขาอาจพลาดการลงสนามในศึกฟุตบอลโลกนัดเปิดสนามที่จะพบกับปานามาในเมืองโทรอนโตวันพุธนี้ครับ
กานาดำเนินคดีการปฏิเสธวีซ่าของ Thomas Partey
เหตุผลเบื้องหลังการถูกปฏิเสธวีซ่าในครั้งนี้มีความซับซ้อนไม่น้อย โดยประเด็นหลักเชื่อมโยงกับคดีความทางอาญาที่ยังคงดำเนินอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่ง Partey วัย 33 ปี ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในคดีข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลกานามองว่าการที่แคนาดาสั่งห้ามไม่ให้เขาก้าวเท้าเข้าประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ “เด็ดขาดและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง”
ความพยายามของกานาดำเนินคดีการปฏิเสธวีซ่าของ Thomas Partey เพื่อความเป็นธรรม
นอกจากจะยื่นเรื่องต่อศาลแล้ว รัฐบาลกานายังพยายามทุกวิถีทางทั้งในเชิงการทูตและกฎหมาย เพื่อขอให้ศาลสั่งการให้เจ้าหน้าที่อพยพของแคนาดาอนุญาตให้ Partey ยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่อีกครั้ง โดยหวังให้เขาได้ร่วมทัพกับทีมกานาในศึกครั้งสำคัญนี้ แม้ว่าทางกระทรวงคนเข้าเมืองของแคนาดาจะย้ำชัดเจนว่า การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกไม่ได้เปลี่ยนกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของพวกเขา และทุกคนต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคลตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ถึงแม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ Carlos Quieroz เฮดโค้ชทีมกานายังคงยืนยันว่าไม่มีความกังวลใจกับการเลือก Partey เข้าสู่ทีม และเชื่อมั่นในศักยภาพของเขาในฐานะตัวหลักของทีมชาติ ซึ่งเขาได้รับใช้ชาติมาแล้วกว่า 50 นัดตั้งแต่นัดเปิดตัวในปี 2016
สิ่งที่คุณต้องจับตามองต่อไป:
- การพิจารณาคดีของศาลแคนาดาในเรื่องนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน
- ความคืบหน้าของกองกลางจาก Villarreal ว่าจะมีโอกาสได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้หรือไม่
- ผลกระทบของการตัดสินใจนี้ต่อทีมกานาหากพวกเขาผ่านเข้ารอบถัดๆ ไปในประเทศแคนาดา
ในมุมมองของผม นี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการปะทะกันระหว่าง “กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง” กับ “ความยุติธรรมทางกีฬา” ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินในศาลจะออกมาเป็นอย่างไร ประเด็นนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับนักกีฬาระดับโลกที่มีคดีความติดตัวในอนาคตแน่นอนครับ
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



