วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือ คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม ได้บุกไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อยื่นหนังสือขอให้ยับยั้งการพิจารณาพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คปท. ออกมาเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้เมื่อ 22 มกราคม พวกเขายื่นหนังสือทักท้วงไปแล้ว แต่หลังจากกรมราชทัณฑ์ชี้แจงเมื่อ 6 พฤษภาคม ว่าการพักโทษนายทักษิณเป็นไปตามกฎหมาย โดยอ้างมาตรา 92 และ 93 ที่ไม่ถือเป็นความผิดซ้ำ คปท. ก็มองว่ากรมราชทัณฑ์ตีความผิดพลาด เหมือนนำคดีแพ่งมาอธิบายคดีอาญา
นายพิชิต ไชยมงคล ระบุว่าตั้งแต่นายทักษิณถูกหมายขังเมื่อ 22 สิงหาคม 2567 พฤติกรรมระหว่างถูกคุมขังต้องถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ชี้ว่า:
- การส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 55
- การบังคับโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนายทักษิณทราบดีว่าไม่ใช่โรควิกฤตฉุกเฉิน
- นายทักษิณตัดสินใจปฏิเสธผ่าตัดหัวใจและกระดูกคอ แต่เลือกผ่าตัดนิ้วล็อคและเอ็นไหล่ที่ไม่เร่งด่วน ส่งผลให้พักที่โรงพยาบาลตำรวจยาวนาน

เหตุผลที่คปท.ไม่เชื่อว่านายทักษิณจะออกมาแค่เลี้ยงหลาน
คปท. ชี้ว่าพฤติการณ์เหล่านี้เข้าข่ายกระทำผิดวินัยระหว่างถูกขัง ทำให้ไม่สมควรได้รับพักโทษตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) ที่ห้ามนักโทษที่มีประวัติผิดวินัยหรือผิดอาญาระหว่างกุมขัง นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามว่ามีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ และคณะกรรมการพักโทษ 3 ระดับ (เรือนจำ กรม กระทรวง) อาจละเว้นหน้าที่ตามมาตรา 157
นายพิชิต ยังแสดงความกังวลหากนายทักษิณได้รับพักโทษจริง โดยเชื่อว่าจะไม่ใช่แค่เลี้ยงหลานตามที่เคยพูด แต่จะแทรกแซงการเมือง ทำให้ไทยมี "นายกฯ สองคน" – คนหนึ่งที่บุรีรัมย์ อีกคนที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ส่งผลให้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีตำแหน่งแต่ไร้อำนาจ สุดท้ายพรรคจะโตแบบเก่าหรือใหม่ต้องรอติดตาม
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยื่นถึงนายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม คปท. ขู่หากไม่ยับยั้ง จะยื่นมาตรา 157 กับคณะกรรมการและรัฐมนตรีว่าฯ เพราะรัฐมนตรียังสั่งประชุมใหม่ได้ แม้ใกล้กำหนดปล่อยตัว
ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะคดีนักการเมืองระดับสูงที่มักถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกปฏิบัติ หากคุณสนใจเรื่องกฎหมายพักโทษหรือการเมืองไทย ลองศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เพื่อเข้าใจบริบทให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในมุมมองของผม กรณี คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายต้องใช้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!
ที่มา – คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน


