คาร์ริคสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนแมนยู อย่างแท้จริง ตามที่ แดเรน เฟล็ตเชอร์ โค้ชทีมยู-18 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมากล่าวเอาไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมเยาวชนกำลังลุ้นแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ รอบชิงชนะเลิศกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ไมเคิล คาร์ริค หัวหน้าโค้ชคนใหม่ของแมนยู ที่เข้ามารับช่วงต่อจากรูเบน อโมริม เมื่อเดือนมกราคม ได้ให้ความสนใจกับอะคาเดมี่ของสโมสรอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินทางไปดูเกมของทีมเยาวชนหลายนัดแล้ว ซึ่งเฟล็ตเชอร์มองว่านี่คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าคาร์ริคใส่ใจการพัฒนาเยาวชนจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ
เฟล็ตเชอร์ ซึ่งกำลังนำทีมยู-18 ลุ้นแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ สมัยที่ 12 ของสโมสร กล่าวว่า “เด็กๆ ทุกคนชอบมากเวลาที่ผู้จัดการทีมชุดใหญ่มาดูเกม มันแสดงให้เห็นว่าเขาสนใจและจับตาดูอยู่ นี่คือสิ่งที่คาร์ริคสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนแมนยู ได้อย่างยอดเยี่ยม” การที่คาร์ริคไปเชียร์ที่โจอี้ สเตเดี้ยม ซึ่งจุแค่ 6,000 คน แม้จะผิดหวังที่ไม่ใช่สนามใหญ่ แต่เขาก็ยังไปดูทั้งรอบรองชนะเลิศพรีเมียร์ลีก 2 ที่ทีมยู-21 ชนะซิตี้มาแล้ว
คาร์ริคสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนแมนยู อย่างไร
เฟล็ตเชอร์ ซึ่งเคยเล่นให้แมนยูตั้งแต่อายุ 15 ปี และเป็นอดีตทีมชาติสกอตแลนด์ บอกว่าการที่คาร์ริคมาดูเกม ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าสโมสรนี้คิดถึงเยาวชนจริงๆ ตลอดประวัติศาสตร์แมนยู แต่การเห็นด้วยตาตัวเองมันทรงพลังมาก พ่อแม่เด็กๆ ก็ชอบใจด้วย
หลังจากทำหน้าที่รักษาการชุดใหญ่ 2 นัด เฟล็ตเชอร์เลือกกลับมาดูแลยู-18 เพื่อก้าวสู่เส้นทางผู้จัดการทีม เขาชอบทำงานกับเด็กๆ ที่พัฒนาตัวเองเก่งและอยากเรียนรู้ แม้ยุคนี้จะไม่มีเด็กฝึกงานเช็ดรองเท้าผู้ใหญ่แล้ว แต่ยังมีหน้าที่สร้างวินัย เช่น จัดลูกบอล เก็บอุปกรณ์ วางเก้าอี้ในห้องประชุม เติมน้ำดื่ม
“ทุกคนมีตารางเวร รวมถึงโค้ชด้วย มันไม่ใช่การลงโทษ แต่เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย แสดงว่าเราทุกคนร่วมมือกัน” เฟล็ตเชอร์กล่าว
คาร์ริคสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนแมนยู ผ่านตัวอย่างนักเตะดาวรุ่ง
เฟล็ตเชอร์ไม่ยกใครเด่นเป็นพิเศษ แต่พูดถึงเจ เจ กาเบรียล ดาวยิงวัย 15 ปีจากลอนดอน ที่เกือบได้รองเท้าทองคำ แต่โดนเท็ดดี้ แลมบ์ จากซิตี้แซงด้วย 16 ประตูใน 12 นัดท้ายฤดูกาล กาเบรียลได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ยู-18 และมีลุ้นลงเล่นปรีซีซั่น “เจ เจ เป็นเด็กเก่ง นำพลังบวกมาทุกวัน อยากเรียนรู้ รับคำวิจารณ์ได้ดี”
ส่วนชิโด โอบี ดาวยิงที่ลุ้นขึ้นชุดใหญ่เมื่อปีก่อน ฤดูกาลนี้ลงสนามชุดใหญ่แค่นัดเดียว แต่เฟล็ตเชอร์เห็นความมุ่งมั่น เมื่อโอบีสมัครใจลงยู-18 ที่ซิตี้ในเดือนกุมภาพันธ์ และยิงประตูในชัยชนะ 3-1 ซึ่งเป็นเกมดีที่สุดของทีม “ชิโดไม่เคยคิดว่ายู-18 ต่ำกว่าเขา นี่คือความเป็นผู้ใหญ่”
การก้าวจากฟุตบอลเยาวชนสู่ชุดใหญ่ต้องปรับตัวเรื่องความเข้มข้น ร่างกาย จิตใจ การตัดสินใจ และรับผิดชอบเมื่อเสียบอล เด็กๆ ทุกคนต้องเผชิญและพิสูจน์ตัวเอง
- แมนยูให้ความสำคัญเยาวชนมาตลอด
- คาร์ริคช่วยยกระดับแรงบันดาลใจ
- เฟล็ตเชอร์นำทีมลุ้นแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ
นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าคาร์ริคสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนแมนยู ได้ดีแค่ไหน สโมสรนี้ยังคงเป็นแหล่งผลิตดาวรุ่งชั้นนำต่อไป คุณคิดอย่างไร ลองติดตามเกมรอบชิงวันพฤหัสบดีนี้ แล้วมาแชร์ความเห็นกันในคอมเมนต์นะ สนับสนุนเยาวชนแมนยูให้คว้าแชมป์สมัยที่ 12 กันเถอะ!
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ





