จาเรด ไอแซกแมน ผู้อำนวยการนาซาคนใหม่ ได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากการเสนอชื่อที่กินเวลานานเกือบปี ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการอวกาศ และสร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะเขาคือพันธมิตรคนสนิทของ อีลอน มัสก์ นั่นเอง
เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติอนุมัติการแต่งตั้ง นายจาเรด ไอแซกแมน มหาเศรษฐีนักลงทุน ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กรการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ ปิดฉากการเสนอชื่อที่วุ่นวาย หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอชื่อเขาเป็น ผอ.นาซา ก่อนที่จะถอนชื่อ และเสนอชื่อใหม่อีกครั้ง
ไอแซกแมน วัย 42 ปี เป็นนักบินเครื่องบินเจ็ตสมัครเล่น ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศที่ไม่ใช่มืออาชีพคนแรก ที่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศ (Spacewalk) และเขายังเป็นผู้อำนวยการนาซาคนแรกในรอบหลายทศวรรษที่ก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยมาจากภาคเอกชนโดยตรง
หลายฝ่ายมองว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการดำรงตำแหน่ง ผอ.นาซา ของ ไอแซกแมน จะถูกตัดสินด้วยบททดสอบสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ สหรัฐฯ จะสามารถส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ได้ก่อนประเทศจีนหรือไม่
ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการให้สหรัฐฯ สร้างฐานที่มั่นถาวรบนดวงจันทร์ เพื่อเปิดทางให้กับการขุดเจาะทรัพยากร และเพื่อใช้เป็นฐานที่ตั้งสำคัญสำหรับการเดินทางต่อไปยังดาวอังคารในอนาคต
อนึ่ง สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนเสียงท่วมท้น 67 ต่อ 30 เสียง เพื่อยืนยันการแต่งตั้งนายไอแซกแมนให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.นาซา โดยเขาจะเข้ารับตำแหน่งต่อจาก ชอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งทำหน้าที่เป็นรักษาการผู้อำนวยการนาซามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
เดิมทีนายทรัมป์ประกาศความตั้งใจที่จะเสนอชื่อไอแซกแมนเมื่อเดือนธันวาคม 2567 แต่เขาได้ถอนการเสนอชื่อในเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางความขัดแย้งกับนาย อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของนายไอแซกแมน โดยผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่า ต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ในอดีตอย่างถี่ถ้วน
นายมัสก์ หนึ่งในผู้บริจาคทางการเมืองรายใหญ่ที่สุดของทรัมป์และประธานบริหารของ SpaceX เคยปรากฏตัวในห้องทำงานรูปไข่เคียงข้างทรัมป์อยู่เป็นประจำ แต่ทั้งคู่ได้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในประเด็นเรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน นายทรัมป์เสนอชื่อนายไอแซกแมนใหม่อีกครั้ง โดยในระหว่างการพิจารณาเพื่อรับรองตำแหน่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นายไอแซกแมนกล่าวว่าเขาพร้อมรับภารกิจของทรัมป์ในการทำเหมืองบนดวงจันทร์ ในขณะที่นานาชาติต่างกำลังแข่งขันกันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นผิวดวงจันทร์
“นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการรีรอ แต่เป็นเวลาสำหรับการลงมือทำ เพราะหากเราตามหลัง หรือหากเราทำผิดพลาด เราอาจไม่สามารถไล่ตามได้ทันอีกเลย และผลที่ตามมาอาจเปลี่ยนขั้วอำนาจบนโลกใบนี้ได้” ไอแซกแมนกล่าวต่อสมาชิกวุฒิสภา
ทั้งนี้ นายไอแซกแมนมองว่าการดึงภาคเอกชนเข้ามาแข่งขันกันมากขึ้น คือกุญแจสำคัญในการชิงชัยในศึกชิงอวกาศ
แต่การเปิดกว้างต่อการแข่งขันเชิงพาณิชย์ของเขาอาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับนายมัสก์ได้ โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน ไอแซกแมนได้กล่าวชื่นชมการมอบสัญญาจ้างรายใหญ่ให้กับบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) ของ เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของ Amazon ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ SpaceX ของ อีลอน มัสก์
เขายังเสนอด้วยว่านาซาควรเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาให้มากขึ้น โดยวางบทบาทให้หน่วยงานนี้เป็น “ตัวทวีคูณศักยภาพทางวิทยาศาสตร์” และว่าเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันนวัตกรรมให้ก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หากเราใกล้จะบรรลุบางสิ่งที่พิเศษสุด”
จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่
อนาคตของนาซาภายใต้การนำของ จาเรด ไอแซกแมน
การมาของ จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่ นั้นเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะเขามาจากภาคเอกชนโดยตรง และมีแนวคิดที่สนับสนุนการแข่งขันเชิงพาณิชย์ในอวกาศ ซึ่งอาจนำมาซึ่งนวัตกรรมและความก้าวหน้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ก็อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งกับบริษัทอวกาศอื่นๆ ได้เช่นกัน
จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนาซา และวงการอวกาศโดยรวม การตัดสินใจและนโยบายของเขา จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของนาซาในอนาคต และส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในอวกาศของโลกอย่างแน่นอน
เชื่อว่าภายใต้การบริหารงานของ จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่ เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และอาจทำให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้นำในด้านอวกาศอีกครั้งก็เป็นได้
ที่มา – จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่

