จ่อเรียกสอบขบวนการ 'ใบเกิดทิพย์' เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ 'จีนเทา'

จ่อเรียกสอบขบวนการใบเกิดทิพย์เอี่ยวจีนเทา

จ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์” เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ “จีนเทา” กว่า 27 ราย กำลังเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เตรียมดำเนินการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างเร่งด่วน หลังจากนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์” เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ “จีนเทา”

เหตุการณ์นี้เกิดจากการตรวจสอบเอกสารทะเบียนราษฎรของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ซึ่งพบความผิดปกติในการออกใบเกิดให้บุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะชาวจีนที่เรียกกันว่า “จีนเทา” ซึ่งหมายถึงชาวจีนที่ไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย แต่พยายามแทรกซึมเข้ามาอยู่ในระบบของไทย ขบวนการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาทต่อราย ทำให้เกิดการทุจริตครั้งใหญ่

กรมการปกครองได้ประสานงานตรวจสอบหลังพบความผิดปกติ และยืนยันแล้วว่ามีอย่างน้อย 27 รายที่ได้รับใบเกิดปลอม โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน พฤติการณ์คือการปลอมแปลงเอกสารแจ้งเกิด เพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถสวมสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ ของคนไทย เช่น สวัสดิการ สิทธิการศึกษา หรือแม้กระทั่งการถือครองที่ดิน

พัฒนาการล่าสุดของคดีจ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่าตำรวจได้รับแจ้งความแล้ว แต่ยังรอเอกสารรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้ง 27 รายจากนายกเทศมนตรี ในสัปดาห์หน้าจะเรียกสอบปากคำผู้แจ้งความ เจ้าหน้าที่ทะเบียน และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนส่งต่อให้ ป.ป.ท. หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการทางกฎหมาย

ปัญหาใบเกิดทิพย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนหรือเมืองท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา “จีนเทา” มักใช้ช่องโหว่ระบบทะเบียนเพื่อหลบหนีการตรวจสอบ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ เช่น การแย่งงานคนไทย หรือการฟอกเงินผ่านกิจการผิดกฎหมาย การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการ

  • พบผู้กระทำผิดอย่างน้อย 27 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน
  • เรียกรับผลประโยชน์รายละ หลักหมื่นบาท
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลางเข้าไปมีส่วน
  • เตรียมส่งเรื่อง ป.ป.ท. และ ป.ป.ช.

เพื่อป้องกันปัญหานี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มระบบตรวจสอบดิจิทัล เช่น การใช้ฐานข้อมูลกลางเชื่อมโยง biometric หรือ AI ในการตรวจใบหน้าและลายนิ้วมือ นอกจากนี้ การลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตอย่างเด็ดขาดจะเป็นตัวอย่างที่ดี

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการทุจริตในระดับท้องถิ่นยังรุนแรง ประชาชนควรติดตามและรายงานเบาะแส หากพบความผิดปกติในทะเบียนราษฎรใกล้บ้านคุณ ชวนเพื่อนๆ แชร์ข่าวนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และสนับสนุนการปราบปรามทุจริตให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ที่มา – จ่อเรียกสอบขบวนการ “ใบเกิดทิพย์” เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ สวมสิทธิให้ “จีนเทา”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: