เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้คนที่เรารักต้องเผชิญกับอาการเจ็บป่วยจนถึงขั้นติดเตียง แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น หลายครอบครัวในกรุงเทพฯ กลับต้องแบกรับภาระหนักอึ้งเพียงลำพัง ล่าสุด “ดร.โจ” ชูนโยบายนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง อุ้มผู้ป่วยติดเตียงทั่วกรุงฯ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม
“ดร.โจ” ชูนโยบายนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง อุ้มผู้ป่วยติดเตียงทั่วกรุงฯ
ปัญหาการดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว แต่มันคือปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจของทั้งครอบครัว นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพบว่าปัจจุบันกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยติดเตียงสูงถึง 15,000 คน แต่มีฐานการดูแลที่ไม่ทั่วถึงและค่าตอบแทนนักบริบาลไทยยังไม่เพียงพอ นโยบาย “ดร.โจ” ชูนโยบายนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง อุ้มผู้ป่วยติดเตียงทั่วกรุงฯ จึงถูกนำเสนอขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนผ่านวิกฤตนี้ให้กลายเป็นโอกาสของทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ
รายละเอียดเจาะลึกนโยบายนักบริบาลมืออาชีพ
สำหรับแผนงานในการปฏิรูประบบครั้งนี้ มีความน่าสนใจและครอบคลุมหลายมิติ ดังนี้:
- เพิ่มตำแหน่งงานและรายได้: ยกระดับนักบริบาลให้เป็นมืออาชีพ พร้อมปรับค่าแรง 120 บาทต่อชั่วโมง หรือสูงสุดถึง 15,000 บาทต่อเดือน
- คูปองดูแลผู้ป่วยฟรี: มอบสิทธิ์ให้ผู้ป่วยติดเตียงได้รับบริการนักบริบาลฟรี 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อให้ลูกหลานมีเวลาไปทำภารกิจหรือประกอบอาชีพได้เต็มที่
- ศูนย์ยืม-คืนอุปกรณ์การแพทย์: ลดภาระการซื้ออุปกรณ์ราคาแพงด้วยการจัดตั้งศูนย์ให้บริการฟรีใกล้บ้าน
- การฝึกอบรม: ยกระดับ อสส. และคนในชุมชนให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานรองรับ
การผลักดันนโยบายนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการนำคุณภาพชีวิตกลับคืนสู่คนกรุงเทพฯ การสร้างเมืองที่ “แคร์” ประชาชนอย่างแท้จริงคือการมีระบบรองรับในวันที่คนในครอบครัวต้องการการดูแลมากที่สุด ถือเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยให้ลูกหลานไม่ต้องลาออกจากงานเพื่อมาเฝ้าไข้ และผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพจากรัฐโดยตรง นี่คือก้าวสำคัญของการพัฒนาสาธารณสุขชุมชนที่ต้องจับตามองต่อไปว่า หากนโยบายนี้เกิดขึ้นจริงจะสามารถเปลี่ยนภาพจำของคนดูแลผู้ป่วยในกรุงฯ ไปได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา – “ดร.โจ” ชูนโยบายนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง อุ้มผู้ป่วยติดเตียงทั่วกรุงฯ


