ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายทุกอย่าง ตำรวจไซเบอร์ ล่อซื้อจับหนุ่มลักลอบขายปืนเถื่อน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนใจสังคมไทย กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยีการเงิน (สอท.) วางแผนอย่างแนบเนียน จับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบขายอาวุธปืนผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของการค้าขายสิ่งผิดกฎหมายออนไลน์
ตำรวจไซเบอร์ ล่อซื้อจับหนุ่มลักลอบขายปืนเถื่อน
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสอท.1 และ พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายเฉลิม แจ่มจำรัส อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี
ของกลางที่พบคืออาวุธปืนขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งผู้ต้องหานำมาส่งมอบตามที่นัดหมาย การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อหน้าวัดบ้านเก่า หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี หลังจากตำรวจชุดสืบสวนตรวจพบโพสต์เสนอขายปืนเถื่อนในกลุ่มซื้อขายอาวุธปืนบนเฟซบุ๊ก
ขั้นตอนการล่อซื้อของตำรวจไซเบอร์ ล่อซื้อจับหนุ่มลักลอบขายปืนเถื่อน
ตำรวจได้ติดต่อล่อซื้อปืนขนาด .380 ในราคา 10,000 บาท โดยนัดส่งของที่จุดดังกล่าว เมื่อผู้ต้องหามาถึงและส่งมอบปืน ตำรวจจึงแสดงตัวจับกุมทันที วิธีการนี้เป็นเทคนิคมาตรฐานของกองปราบไซเบอร์ที่ใช้สืบสวนอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการค้าขายอาวุธเถื่อนที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย
- ตรวจพบโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก
- ติดต่อล่อซื้อราคา 10,000 บาท
- นัดส่งที่ร้านสะดวกซื้อพานทอง
- จับกุมพร้อมของกลางปืน .380
สารภาพของผู้ต้องหา
จากการสอบสวน นายเฉลิมให้การว่าเพิ่งโพสต์ขายเป็นครั้งแรก โดยซื้อมาเองจากช่องทางออนไลน์ในราคาเพียง 5,000 บาท แล้วนำมาขายต่อเพื่อกำไร 5,000 บาท อ้างว่าเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก 5 คน แม้เหตุผลจะน่าสงสาร แต่การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และไม่สามารถยืนยันความจริงได้ทั้งหมด
ปัญหาการลักลอบขายปืนเถื่อนผ่านเฟซบุ๊กไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์จับกุมผู้กระทำผิดนับร้อยราย โดยเฉพาะในกลุ่มลับที่แลกเปลี่ยนอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอุปกรณ์แต่งกายทหาร สถิติจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ชี้ว่าคดีอาวุธเถื่อนออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในปี 2566-2567
ข้อหาที่ผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบ
นายเฉลิมถูกดำเนินคดีใน 2 ข้อหาหลัก ได้แก่
- “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”
- “พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”
โทษสูงสุดคือจำคุก 5-10 ปี และปรับหนัก หากมีประวัติหรือเกี่ยวข้องเครือข่าย อาจรุนแรงยิ่งขึ้น เหตุการณ์ ตำรวจไซเบอร์ ล่อซื้อจับหนุ่มลักลอบขายปืนเถื่อน นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ากฎหมายไม่มีข้อยกเว้น แม้จะอ้างเลี้ยงลูกก็ตาม
ความสำคัญของการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์
การค้าอาวุธเถื่อนออนไลน์ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง โดยเฉพาะปืนที่นำไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรง ตำรวจไซเบอร์มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวัง สืบสวน และล่อซื้อเพื่อตัดวงจร ประชาชนควรช่วยกันรายงานโพสต์น่าสงสัยผ่านช่องทาง hotline 1441 หรือเพจตำรวจไซเบอร์
นอกจากนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้ากลุ่มซื้อขายผิดกฎหมาย เพราะอาจถูกหลอกหรือถูกจับโดยไม่รู้ตัว ในยุคดิจิทัล การตรวจสอบผู้ขายและสินค้าอย่างละเอียดเป็นสิ่งจำเป็น
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความยากจนไม่ใช่ข้อแก้ตัวสำหรับการทำผิดกฎหมาย สังคมควรหาทางช่วยเหลือครอบครัวยากจนผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เช่น กองทุนช่วยเหลือเด็กหรือหน่วยงานรัฐ หากคุณพบเห็นการลักลอบขายปืนเถื่อน รีบแจ้งเบาะแสทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และติดตามข่าวอาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!
ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ ล่อซื้อจับหนุ่มลักลอบขายปืนเถื่อน ผ่านเฟซบุ๊ก อ้างหาเงินไปเลี้ยงลูก 5 คน



