คดีใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางเกิดขึ้นอีกครั้ง หลัง ตำรวจ ดส.ทลายเครือข่ายยาเสพติดลพบุรี และตรวจยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้ โดยของกลางมีน้ำหนักรวมประมาณ 900 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าราว 270 ล้านบาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่มีการวางแผน ใช้ยานพาหนะทั่วไป และนำของกลางไปพักไว้ในพื้นที่ที่มีคนอยู่อาศัยไม่พลุกพล่าน
การจับกุมครั้งนี้มี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาตำรวจนครบาล ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานของกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี หรือ กก.ดส. บช.น. โดยเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลจากคดีก่อนหน้า ก่อนขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในจังหวัดลพบุรี
ตำรวจ ดส.ทลายเครือข่ายยาเสพติดลพบุรี ยึดยาไอซ์ 900 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่จับกุมนายสมคิด หรือคิด อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี พร้อมแจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และอาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน รวมถึงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป
ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วยยาไอซ์จำนวนมาก รถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ รุ่นคอมมูเตอร์ ทะเบียนหมวดจังหวัดหนองคาย และโทรศัพท์มือถือที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน โดยยาไอซ์ถูกบรรจุอยู่ในกระสอบและห่อหุ้มด้วยเทปกาวสีดำ เจ้าหน้าที่พบทั้งหมด 18 กระสอบ รวมประมาณ 900 ถุง น้ำหนักรวม 900 กิโลกรัม
เบาะแสจากคดีก่อนนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายยาเสพติด
ก่อนหน้านี้ ชุดจับกุมได้ตรวจยึดยาไอซ์ประมาณ 300 กิโลกรัมในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน จากการสืบสวนขยายผลพบข้อมูลว่า มีกลุ่มเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้ลูกค้าในหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เครือข่ายดังกล่าวมีการใช้รถตู้โดยสารเป็นพาหนะในการขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ภาคอีสานตอนบนเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย
ข้อมูลการสืบสวนยังพบว่า เครือข่ายนี้ใช้บ้านพักไม่มีเลขที่ในตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี เป็นสถานที่เก็บซ่อนยา เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 21 กันยายน พบผู้ต้องหาขับรถตู้โตโยต้าเข้ามาในซอยชลประทาน ก่อนจะขับต่อไปยังซอยเปลี่ยวเพื่อเตรียมนำยาเสพติดไปเก็บไว้ในบ้านหลังดังกล่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและเข้าตรวจค้น พบยาไอซ์จำนวนมากวางอยู่ภายในรถตู้ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานด้านข่าวและการติดตามเส้นทางของเครือข่ายอย่างเป็นขั้นตอน ไม่ใช่เพียงการตั้งจุดตรวจหรือการจับกุมโดยบังเอิญ
ผู้ต้องหารับสารภาพ รับจ้างขนยาไอซ์ครั้งละ 10,000 บาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมคิดให้การรับสารภาพว่า กำลังนำยาไอซ์ไปเก็บไว้ที่บ้านพัก ก่อนจะส่งต่อให้ลูกค้าทั่วไปตามคำสั่งของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายหมอ” แต่ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ผู้ต้องหาอ้างว่าได้รับค่าจ้างในการขนยาไอซ์ครั้งละ 10,000 บาท และเคยทำหน้าที่ลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้รถตู้โดยสารคันเดิมเป็นพาหนะ
รายละเอียดดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้จัดหา ผู้ดูแลสถานที่พักยา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายยาเสพติดในพื้นที่อื่นต่อไป แม้ผู้ต้องหาจะทำหน้าที่เป็นผู้ขนส่ง แต่คดีที่มีของกลางจำนวนมากเช่นนี้จำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และความเชื่อมโยงกับบุคคลในเครือข่ายทั้งหมด
- ของกลางสำคัญ: ยาไอซ์ประมาณ 900 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 270 ล้านบาท
- ยานพาหนะ: รถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ รุ่นคอมมูเตอร์
- สถานที่พบของกลาง: บริเวณซอยเปลี่ยวในพื้นที่ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี
- ค่าจ้างที่ผู้ต้องหาอ้างว่าได้รับ: ครั้งละ 10,000 บาท
- การดำเนินคดี: ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีต่อ
คดีนี้แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายยาเสพติดยังคงปรับเปลี่ยนวิธีการขนส่งและเลือกใช้รถตู้ทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงการสังเกต เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานเชิงรุก ทั้งการรวบรวมข่าว การติดตามพฤติกรรม การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการขยายผลหลังจับกุม เพื่อไม่ให้การดำเนินคดีหยุดอยู่เพียงผู้รับจ้างขนส่ง
สำหรับประชาชน หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย เช่น การนำสิ่งของจำนวนมากเข้าออกบ้านพักที่ไม่มีผู้พักอาศัยเป็นประจำ การใช้รถเข้าออกในช่วงกลางคืน หรือการติดต่อกับบุคคลแปลกหน้าอย่างผิดปกติ ควรแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่เข้าไปเผชิญหน้าด้วยตนเอง เพราะข้อมูลจากชุมชนอาจช่วยให้ตำรวจติดตามเครือข่ายได้รวดเร็วขึ้น
การ ตำรวจ ดส.ทลายเครือข่ายยาเสพติดลพบุรี ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลไปถึงผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการในระดับอื่น สังคมควรติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน
ติดตามข่าวคดีนี้และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชุมชนปลอดยาเสพติด หากพบเบาะแสที่เกี่ยวข้อง ควรแจ้งหน่วยงานรัฐผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่มา – ตำรวจ ดส.ทลายเครือข่ายยาเสพติดลพบุรี ยึดยาไอซ์บิ๊กล็อต ซุกในรถตู้ หนักเกือบ 1 ตัน





