ทบ. ซัดกัมพูชาพฤติกรรมสวนทางข้อตกลงหยุดยิง จงใจลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

ทบ. ซัดกัมพูชาลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

โฆษกกองทัพบก ซัดกัมพูชาพฤติกรรมสวนทางข้อตกลงหยุดยิง จงใจลอบวางระเบิด ละเมิดข้อตกลงและอนุสัญญาออตตาวาอย่างต่อเนื่อง หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บอีกครั้งบริเวณปราสาทตาควาย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าสวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงและจงใจลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมากล่าวถึงกรณีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถูกลอบวางโดยฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาท่อนล่างขาด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว และเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้ทำข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทุกชนิด การกระทำดังกล่าวเป็นการลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทยอย่างจงใจ และมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์

โฆษกกองทัพบกยังระบุอีกว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาร้ายและพฤติกรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามฝ่ายไทย และละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนไทย ซึ่งสวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศในการประชุม GBC ที่ผ่านมา นับเป็นการยืนยันว่าการใช้อาวุธโดยฝั่งกัมพูชายังคงมีความพยายามอยู่ตลอด แม้จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

ทบ. ซัดกัมพูชาลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

กองทัพบกเชื่อว่า การวางทุ่นระเบิดเป็นไปอย่างมีระบบและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ในการคุกคามและทำร้ายฝ่ายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย พฤติกรรมและการกระทำเช่นนี้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการอยู่ ผ่านกลไกทวิภาคี

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เหตุการณ์ทบ. ซัดกัมพูชาลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกันลดลง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ เป็นไปได้ยากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องเข้ามามีบทบาทในการเจรจาและทำความเข้าใจกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา

กองทัพบกจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการลาดตระเวนและการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับอันตรายจากทุ่นระเบิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขสถานการณ์

  • รัฐบาลไทยและกัมพูชาควรเปิดโต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน
  • ควรมีการจัดตั้งกลไกตรวจสอบร่วมกัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
  • ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการแก้ไขอย่างรอบด้าน การใช้ความอดทนอดกลั้นและการเจรจาเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

ที่มา – ทบ. ซัดกัมพูชาพฤติกรรมสวนทางข้อตกลงหยุดยิง จงใจลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: