ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน
ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว โดยระบุว่ารัฐบาลของเขาได้รับสายโทรศัพท์จาก "อีกฝั่งหนึ่ง" ซึ่งหมายถึงอิหร่าน เมื่อเช้าวันนั้น สายนี้มาพร้อมข้อความที่ว่า "พวกเขาอยากทำข้อตกลงใจจะขาด" คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เริ่มมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือสำคัญของอิหร่าน เพียงไม่ถึง 3 ชั่วโมงเท่านั้น
บริบทของเหตุการณ์นี้มาจากการเจรจาที่ล้มเหลวในปากีสถานช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งไม่มีข้อตกลงใดๆ ออกมา ทรัมป์ย้ำชัดว่าปัญหาหลักคือเรื่องนิวเคลียร์ โดยประกาศว่า "อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์" เขาเชื่อมั่นว่าอิหร่านจะยอมจำนนในที่สุด มิเช่นนั้นจะไม่มีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น
เบื้องหลังคำกล่าวทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด
ทรัมป์ยังเน้นย้ำถึงการนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อิหร่านครอบครองกลับคืน โดยกล่าวว่า "เราจะเอากัมมันตภาพรังสีเหล่านั้นกลับมา ไม่ว่าพวกเขาจะส่งคืนเองหรือเราจะไปแย่ง" นี่สะท้อนกลยุทธ์กดดันแบบ "maximum pressure" ที่ทรัมป์ใช้มาตลอด任期
ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียดมาตั้งแต่ทรัมป์ถอนตัวจาก JCPOA สนธิสัญญานิวเคลียร์ปี 2018 ทำให้อิหร่านเพิ่มการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินขีดจำกัด การปิดล้อมท่าเรือครั้งนี้มุ่งตัดเส้นทางส่งออกน้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของอิหร่าน คิดเป็น 80% ของการส่งออก
ผลกระทบจากการปิดล้อมและโอกาสข้อตกลง
มาตรการนี้ไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจอิหร่าน แต่ยังส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิหร่านอาจกำลังส่งสัญญาณอ่อนข้อ โดยเฉพาะหลังจากไอเออีเอรายงานว่าอิหร่านมีสต็อกยูเรเนียมใกล้ระดับอาวุธ
- ทรัมป์มั่นใจว่าจะได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด
- อิหร่านเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจหนัก
- การเจรจาอาจกลับมาอีก หากยอมลดระดับนิวเคลียร์
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงประเด็นอื่นๆ ที่ตกลงกันได้ เช่น การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและขีดความสามารถขีปนาวุธ แต่ยืนกรานเรื่องนิวเคลียร์เป็นเส้นแดง
มุมมองอนาคต: จะมีข้อตกลงจริงหรือไม่?
ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด อาจเป็นกลยุทธ์เจรจาของทั้งสองฝ่าย สหรัฐฯ ใช้การปิดล้อมเป็นเครื่องมือต่อรอง ขณะที่อิหร่านอาจต้องการบรรเทาความกดดัน หากอิหร่านยอมลดสต็อกนิวเคลียร์และหยุดส่งออกน้ำมันผิดกฎหมาย ข้อตกลงใหม่อาจเกิดขึ้นได้จริง
อย่างไรก็ตาม ผู้วิเคราะห์เตือนว่าความเสี่ยงสงครามยังสูง หากการเจรจาล้มเหลวอีกครั้ง ภูมิภาคตะวันออกกลางอาจปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
ในมุมมองของผม นี่คือโอกาสทองที่ทรัมป์จะพิสูจน์สไตล์เจรจา "ศิลปะแห่งการต่อรอง" ของเขา หากประสบความสำเร็จ จะเป็นชัยชนะทางการเมืองครั้งใหญ่ ลองติดตามพัฒนาการต่อไป และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่าอิหร่านจะยอมหรือไม่?
ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ
ที่มา – ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด


