ประธานคัดเลือกเรือฟริเกตย้ำเลือก 16 กรรมการที่ดีที่สุด พร้อมยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจะดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทัพเรือ ความมั่นคงของประเทศ และความคุ้มค่าของประชาชนเป็นสำคัญ
การจัดหาเรือฟริเกตครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น หลายพื้นที่ยังมีข้อพิพาทหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการใช้กำลังทางทหารได้ กองทัพเรือจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้เหมาะสมกับภัยคุกคามในปัจจุบัน รวมถึงรองรับภารกิจในอนาคต
ประธานคัดเลือกเรือฟริเกตย้ำเลือก 16 กรรมการที่ดีที่สุด
พลเรือตรีวสันต์ ไตรจิต รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก ระบุว่า กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างจำนวน 16 นาย โดยคัดเลือกจากนายทหารฝ่ายอำนวยการหลักและหน่วยกำลังรบที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทะเลอย่างรอบด้าน
คณะกรรมการทั้ง 16 นายจึงถือเป็นบุคลากรที่มีความเหมาะสมกับภารกิจ เพราะการพิจารณาเรือฟริเกตไม่ได้มองเพียงราคาเท่านั้น แต่ต้องประเมินสมรรถนะของเรือ ระบบอาวุธ ความพร้อมใช้งาน การบำรุงรักษา การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนความคุ้มค่าในระยะยาว การมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมพิจารณาจะช่วยให้การตัดสินใจรอบด้านมากขึ้น
ประสบการณ์ของคณะกรรมการกับมาตรฐานเรือฟริเกต
ประธานคณะกรรมการกล่าวว่า ตนรับราชการในกองทัพเรือมานาน 35 ปี และเคยทำหน้าที่ผู้บังคับการเรือหลายขนาด ตั้งแต่เรือประมาณ 800 ตันไปจนถึง 3,000 ตัน ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เข้าใจทั้งการใช้งานจริง ข้อจำกัดของเรือ และความต้องการของกำลังพลในภารกิจต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยทูตทหารประจำกรุงโรม ประเทศอิตาลี จึงมีโอกาสเยี่ยมชมอู่ต่อเรือหลายแห่งในยุโรป รวมถึงเรียนรู้เทคโนโลยีการต่อเรือและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกลุ่มประเทศนาโต ประสบการณ์เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้เรือที่จัดหามีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
แนวทางสำคัญคือการยึดข้อกำหนดหรือ TOR เป็นหลัก ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน และนำเสนอรายละเอียดที่ตรงตามความต้องการของกองทัพเรือ การคัดเลือกจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์หรือความเห็นส่วนบุคคล แต่พิจารณาจากข้อมูล เอกสาร ความสามารถ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
หลักเกณฑ์โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่กีดกันบริษัท
ประธานคณะกรรมการยืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะยึดหลักความสุจริต โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ การพิจารณาจะคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน รวมถึงความสามารถในการสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพเรือ
สำหรับบริษัทที่สนใจเข้าร่วมเสนอราคา จะต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามกรอบเวลาที่กำหนด หนังสือเชิญชวนกำหนดเวลาเบื้องต้นไว้ 15 วัน และมีการผ่อนผันการยื่นเอกสารได้ถึง 45 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ จัดทำข้อเสนอได้สมบูรณ์มากขึ้น การผ่อนผันดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้กองทัพเรือได้รับข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการ ไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม TOR
- เอกสารสำคัญต้องถูกต้องและยื่นภายในกรอบเวลาที่กำหนด
- คณะกรรมการจะตรวจสอบความครบถ้วนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
- ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนจะไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา
- ทุกบริษัทจะได้รับการประเมินด้วยหลักเกณฑ์เดียวกัน
ในส่วนของนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หรือ Offset กองทัพเรือให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ การสร้างองค์ความรู้ให้บุคลากรไทย หรือการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การจัดหาเรือฟริเกตไม่ได้จบลงเพียงการได้รับยุทโธปกรณ์ แต่ยังสร้างศักยภาพให้ประเทศในระยะยาว
การให้คะแนนยึดมาตรฐานสหรัฐฯ และความพร้อมใช้งาน
หลักเกณฑ์การให้คะแนนจะอ้างอิงแนวทางเดียวกับสหรัฐอเมริกา โดยพิจารณาคุณลักษณะของระบบที่พร้อมใช้งาน สามารถทำงานต่อเนื่อง และดำรงสภาพความอยู่รอดได้เมื่อเผชิญภัยคุกคาม เรือฟริเกตที่ดีจึงต้องมีมากกว่าความทันสมัย แต่ต้องสามารถปฏิบัติภารกิจได้จริง มีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม และมีความน่าเชื่อถือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
หากข้อเสนอมีรายละเอียดครบถ้วนตาม TOR จะได้รับการประเมินตามมาตรฐานคะแนนที่กำหนด โดยคะแนนมาตรฐาน 43.9 ถือเป็นระดับเต็มร้อยในส่วนของคุณลักษณะหลัก ขณะเดียวกัน คณะกรรมการยังพิจารณาปัจจัยเพิ่มเติม เช่น ผลประโยชน์ต่อหน่วยงาน ความคุ้มค่าของโครงการ และข้อเสนอด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
การที่ ประธานคัดเลือกเรือฟริเกตย้ำเลือก 16 กรรมการที่ดีที่สุด สะท้อนความพยายามของกองทัพเรือในการใช้บุคลากรที่มีประสบการณ์มารับผิดชอบภารกิจสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อทุกขั้นตอนเปิดเผย มีเหตุผลรองรับ และสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลจริง
โดยสรุป การจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องทั้งกับความมั่นคง งบประมาณ และอนาคตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การทำงานของคณะกรรมการจึงต้องตั้งอยู่บนความรู้ ความสุจริต และการยึด TOR อย่างเคร่งครัด หากทุกฝ่ายดำเนินการตามหลักเกณฑ์อย่างเป็นธรรม ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยเสริมศักยภาพกองทัพเรือและสร้างความมั่นใจให้กับสังคมได้มากขึ้น
ความคิดเห็นส่วนตัวคือ การคัดเลือกที่ดีไม่ควรวัดจากคำว่า “ดีที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิสูจน์ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส ผลงานที่ตรวจสอบได้ และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา – ประธานคัดเลือกเรือฟริเกต ย้ำชัด คัดเลือก 16 คณะกรรมการฯ ที่เป็น “The best”


