ซูเปอร์ไต้ฝุ่นพายุฟงวองอ่อนกำลังลงแล้วหลังพัดถล่มฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย บ้านเรือนพังยับเยิน และประชาชนนับล้านต้องอพยพหนีภัย
แม้ว่าพายุฟงวองอ่อนกำลังลงหลังจากพัดผ่านฟิลิปปินส์ไปแล้ว แต่ความรุนแรงของพายุที่มาพร้อมกับลมกระโชกแรง 120-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนัก และคลื่นสูง ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง
พายุฟงวองอ่อนกำลัง หลังถล่มฟิลิปปินส์
เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายงานเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเมืองคายาปา จังหวัดนูเอวาวีซคายา ซึ่งทำให้บ้านเรือนถูกฝังทั้งหลัง มีเด็กเสียชีวิต 2 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำและถูกซากปรักหักพังถล่มอีก 2 ราย
อย่างไรก็ตาม สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนเชื่อว่ายอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้ทันท่วงที
ในจังหวัดออโรรา ซึ่งเป็นจุดที่พายุฟงวองอ่อนกำลัง ขึ้นฝั่งโดยตรง มีรายงานว่าอย่างน้อย 4 เมืองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากถนนและสะพานได้รับความเสียหายจากดินถล่ม
ฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากับพายุถึง 21 ลูกในปีนี้ ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 224 รายในฟิลิปปินส์ และอีก 5 รายในเวียดนาม
การเกิดพายุรุนแรงสองลูกซ้อนกันในเวลาอันสั้น ตอกย้ำถึงผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศโลก ในขณะที่ผู้นำจากกว่า 190 ประเทศเพิ่งเข้าร่วมการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ล่าสุด พายุฟงวอง กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าสู่เกาะไต้หวัน โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งทางตะวันตกของเกาะในวันพุธ ในขณะที่พื้นที่ภูเขาทางตะวันออกอาจเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
รัฐบาลไต้หวันได้สั่งอพยพประชาชนในเมืองกว่างฝู่ ซึ่งเคยประสบเหตุการณ์น้ำท่วมร้ายแรง คร่าชีวิตผู้คนไป 18 รายเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ผลกระทบจาก พายุฟงวองอ่อนกำลัง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แมทธิว อิงแลนด์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งหมายความว่าพายุที่ก่อตัวในบริเวณนี้จะมีพลังงานมหาศาลและความเร็วลมที่รุนแรงขึ้น
- ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน: ถนน สะพาน และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
- ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: การเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับผลกระทบ
- ความเสี่ยงด้านสุขภาพ: การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และปัญหาสุขภาพจิต
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของภูมิภาคต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง การวางแผนการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความรุนแรงและถี่ขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
พายุฟงวองอ่อนกำลังลงแล้วแต่ความเสียหายยังคงอยู่ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และวางแผนป้องกันภัยพิบัติในระยะยาว
ที่มา – พายุฟงวองอ่อนกำลังหลังถล่มฟิลิปปินส์ ดับแล้ว 4 ศพ บ้านพังยับ อพยพนับล้าน




