เหตุการณ์ดินทรุดและรอยแยกบริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน กลายเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีอาคารเรียน โรงอาหาร สหกรณ์ร้านค้า และสระว่ายน้ำอยู่ใกล้จุดที่ได้รับผลกระทบ เด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่ชัดเจน รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยที่เหมาะสม
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.3 ลงพื้นที่ดินสไลด์บ้านดอยติ้ว เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินความเสียหาย รับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่ และวางแนวทางช่วยเหลือให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด
มท.3 ลงพื้นที่ดินสไลด์บ้านดอยติ้ว ติดตามความปลอดภัย
ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้นำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ขึ้นบินสำรวจบริเวณที่เกิดดินทรุดและรอยแยก ภาพถ่ายจากมุมสูงช่วยให้หน่วยงานมองเห็นขอบเขตความเสียหายได้ชัดเจนขึ้น ทั้งยังช่วยวางแผนการเข้าตรวจพื้นที่อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในจุดที่ยังมีความเสี่ยงมากเกินไป
ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ประกาศกั้นพื้นที่เสี่ยงภัย และสั่งห้ามบุคคลเข้าใช้อาคารที่ได้รับผลกระทบอย่างเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน คำสั่งดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เพราะโครงสร้างอาคารบางส่วนอาจมีความไม่มั่นคง แม้ภายนอกจะยังดูเหมือนปกติก็ตาม การป้องกันไม่ให้ครู นักเรียน หรือประชาชนเข้าใกล้พื้นที่อันตราย จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ทุกคนควรให้ความร่วมมือ
การช่วยเหลือนักเรียนหลัง มท.3 ลงพื้นที่ดินสไลด์บ้านดอยติ้ว
ในด้านการศึกษา จังหวัดน่านได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. เพื่อจัดสรรงบประมาณจำนวน 3.9 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวและปรับปรุงห้องน้ำบริเวณสนามกีฬาขององค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 90 วัน แนวทางนี้จะช่วยให้นักเรียนมีสถานที่เรียนที่ปลอดภัย และช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติมากที่สุด
ในช่วงรออาคารเรียนชั่วคราว ครูได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนแฮนด์ โดยจัดทำใบงานและนำไปแจกให้นักเรียนทำที่บ้าน วิธีนี้อาจไม่สะดวกเท่าการเรียนในห้องเรียน แต่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงที่ยังไม่สามารถใช้อาคารเดิมได้ นักเรียนจะยังคงได้ทบทวนบทเรียนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงช่วงปิดภาคเรียนในวันที่ 10 ตุลาคม
- ดูแลความปลอดภัยเป็นอันดับแรก: ครู นักเรียน และผู้ปกครองต้องปฏิบัติตามประกาศห้ามเข้าใช้พื้นที่อย่างเคร่งครัด
- จัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง: โรงเรียนใช้ใบงานและการสื่อสารกับผู้ปกครองเพื่อไม่ให้เด็กหยุดเรียนเป็นเวลานาน
- เร่งสร้างพื้นที่ชั่วคราว: งบประมาณ 3.9 ล้านบาทจะช่วยให้การก่อสร้างอาคารเรียนและห้องน้ำเดินหน้าได้เร็วขึ้น
- สื่อสารข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ: หน่วยงานควรแจ้งความคืบหน้าให้ชุมชนรับทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความกังวล
ปภ.เตรียมเอ็กซเรย์จุดเสี่ยงทั่วจังหวัดน่าน
นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว มท.3 ยังสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน หรือ ปภ.จ.น่าน ร่วมกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เร่งสำรวจจุดเสี่ยงดินสไลด์ทั่วทั้งจังหวัด การสำรวจจะครอบคลุมทั้งพื้นที่ลาดชัน บริเวณที่เคยเกิดดินถล่ม จุดที่มีรอยแตกร้าว และชุมชนที่อยู่ใกล้เชิงเขา เพื่อให้สามารถจัดลำดับความเสี่ยงและวางแผนป้องกันได้ตรงจุด
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่อาจได้รับผลกระทบ รวมถึงพิจารณาสภาพพื้นที่โดยรอบ เช่น การระบายน้ำ ความชื้นในดิน การเปลี่ยนแปลงของแนวลาดเขา และสัญญาณเตือนก่อนเกิดดินถล่ม ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการออกประกาศเตือนภัยและการตัดสินใจอพยพประชาชนในกรณีฉุกเฉิน
อีกภารกิจสำคัญคือการติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในชุมชน การมีระบบแจ้งเตือนที่ประชาชนเข้าใจง่ายจะช่วยลดเวลาการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุจริง ขณะเดียวกัน การซักซ้อมเป็นประจำจะทำให้ชาวบ้านรู้ว่าควรออกจากพื้นที่ทางใด จุดรวมพลอยู่ที่ไหน และควรเตรียมสิ่งของจำเป็นอะไรไว้ล่วงหน้า
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจาก NT ให้กับพื้นที่เรียนชั่วคราว การมีอินเทอร์เน็ตจะช่วยสนับสนุนการเรียนออนไลน์ การสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง และการแจ้งข่าวสารด้านความปลอดภัยได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาพื้นที่ก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ในระยะยาว
สิ่งที่ชุมชนควรร่วมมือเพื่อป้องกันความเสี่ยง
เหตุการณ์ดินสไลด์ไม่ใช่เรื่องที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะรับมือได้เพียงลำพัง ชุมชนควรช่วยกันสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ หากพบรอยร้าวบนพื้นดิน ผนัง หรือถนน ต้นไม้เอียงผิดปกติ น้ำขุ่นไหลออกจากเชิงเขา เสียงดินหรือหินเคลื่อนตัว รวมถึงประตูหน้าต่างที่เปิดปิดยากขึ้น ควรรีบแจ้งผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ทันที
ประชาชนไม่ควรเข้าไปถ่ายภาพหรือสำรวจพื้นที่เสี่ยงด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพราะดินอาจเคลื่อนตัวซ้ำได้ทุกเวลา ควรติดตามประกาศจากจังหวัด ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่สำรอง น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย
ภาพรวมของการทำงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การช่วยเหลือจำเป็นต้องเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งด้านความปลอดภัย การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และการวางแผนระยะยาว การสร้างโรงเรียนชั่วคราวช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะที่การสำรวจจุดเสี่ยงทั่วจังหวัดจะช่วยลดโอกาสเกิดความสูญเสียในอนาคต
ความคิดเห็นส่วนตัวคือ การแจ้งเตือนภัยและการซักซ้อมแผนควรทำให้เป็นกิจกรรมที่ชุมชนเข้าร่วมได้จริง ไม่ใช่เพียงการประกาศบนเอกสาร เพราะเมื่อทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง การรับมือเหตุฉุกเฉินก็จะรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น หากประชาชนพบสัญญาณผิดปกติ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงทันที
ที่มา – “มท.3” ดูพื้นที่ดินสไลด์บ้านดอยติ้ว สั่ง ปภ. เอ็กซเรย์จุดเสี่ยงทั่วเมืองน่าน


