“มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น
กลายเป็นประเด็นเดือดในแวดวงการเมืองไทยเมื่อนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่พรรคกล้าธรรมพยายามโจมตีและดิสเครดิตการทำงานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการ ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่า “มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น เพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจเกิดจากทัศนคติที่เคยบริหารงานมาก่อนหรือไม่
เปิดเบื้องหลังความขัดแย้งและการทำงานที่โปร่งใส
นางมนพร เจริญศรี ได้กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ออกมาวิจารณ์การแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงเกษตรฯ ว่าการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิ แต่การโจมตีอย่างไร้หลักฐานนั้นไม่เป็นธรรม โดยนางมนพรย้ำว่า นายสุริยะทำงานโดยมุ่งเน้นประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นที่ตั้ง และการปรับเปลี่ยนตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงฯ เป็นไปตามหลักความรู้ความสามารถตามระบบราชการปกติ โดยไม่มีเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์หรือการซื้อขายตำแหน่งเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
บทเรียนที่น่าสนใจจากการโต้ตอบทางการเมืองในครั้งนี้คือ:
- การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต้องยึดหลักข้อเท็จจริงมากกว่าข่าวลือ
- ไม่ควรนำบรรทัดฐานส่วนตัวที่อาจเคยทำมาก่อนมาใช้ตัดสินคนอื่น
- การให้ร้ายโดยไม่มีหลักฐานส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการที่ตั้งใจทำงาน
นอกจากนี้ นางมนพรยังฝากไปถึงพรรคกล้าธรรมว่า ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรฯ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาปลาหมอคางดำหรือโควตานมโรงเรียน ล้วนเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ยุคที่พรรคกล้าธรรมมีอำนาจบริหาร ดังนั้นการออกมาตั้งข้อสงสัยในตอนนี้จึงดูเหมือนเป็นการสร้างความสับสนให้กับสังคมเสียมากกว่า
หากพรรคกล้าธรรมมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์ รัฐบาลชุดปัจจุบันก็พร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ เพราะนายสุริยะได้ยืนยันความโปร่งใสมาโดยตลอด การออกมาดิสเครดิตกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับเกษตรกรไทย การทำงานที่ใส่ใจประชาชนคือคำตอบที่แท้จริง เราหวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาใช้กระบวนการทางกฎหมายและข้อเท็จจริงแทนการปะทะกันด้วยวาทกรรม นี่ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการเมืองแบบสร้างสรรค์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราทุกคน
ที่มา – “มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น ยัน “สุริยะ” ยึดเหมาะสมไม่มีเรียกผลประโยชน์


