สถานการณ์น้ำท่วมในมาเลเซียยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง ยอดผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพหนี น้ำท่วมฉับพลัน พุ่งสูงกว่า 11,000 คนแล้วใน 7 รัฐ โดยเฉพาะรัฐกลันตันที่เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักที่จะต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้
ข้อมูล ณ เวลา 06.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ระบุว่า มีผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน ที่ต้องอพยพทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 11,009 คน จาก 3,839 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 7 รัฐที่ได้รับผลกระทบ มีการรายงานพื้นที่ประสบภัยทั้งหมด 14 เขต และมีการเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์เพื่อรองรับผู้ประสบภัยแล้ว 60 แห่ง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้
อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ “กลันตัน” หนักสุด
รัฐกลันตันเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คิดเป็นจำนวนผู้ประสบภัย 8,228 คน จาก 3,013 ครอบครัว กระจายอยู่ใน 4 เขต มีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย 33 แห่ง รองลงมาคือรัฐเปรัก มีผู้ประสบภัย 907 คน (291 ครอบครัว) ใน 4 เขต และมีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือ 12 แห่ง ส่วนรัฐปะลิสมีผู้ประสบภัย 694 คน (201 ครอบครัว) ใน 1 เขต และเปิดศูนย์ช่วยเหลือ 5 แห่ง
ในส่วนของรัฐอื่น ๆ รัฐเคดาห์มีผู้ประสบภัย 404 คน (122 ครอบครัว) ใน 1 เขต เปิดศูนย์ช่วยเหลือ 3 แห่ง รัฐปีนังมีผู้ประสบภัย 381 คน (93 ครอบครัว) ใน 2 เขต เปิดศูนย์ช่วยเหลือ 4 แห่ง รัฐเตรังกานูรายงานตัวเลขผู้ประสบภัย 369 คน (113 ครอบครัว) และเปิดศูนย์ช่วยเหลือ 2 แห่ง และรัฐเซอลาโงร์มีผู้ประสบภัย 28 คน (6 ครอบครัว) ใน 1 เขต
กรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซียได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าพื้นที่กูลิม บันดาร์ บาฮารู (รัฐเกดะห์), ปีนัง, เปรัก และรัฐกลันตันฝั่งตะวันออก จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน เช่นเดียวกับรัฐปะลิส, เกดะห์, เปรัก, กลันตัน และตรังกานู ที่ต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนัก
รายงานสถานการณ์ระดับน้ำพบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักหลายแห่งยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำสุไหงปุงไก ในรัฐยะโฮร์ และแม่น้ำเอนเดาในเมืองเมอร์ซิง รวมถึงสถานีวัดระดับน้ำหลายแห่งในรัฐปะลิสและปีนัง แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีแห่งใดที่เกินระดับอันตราย
กรมโยธาธิการมาเลเซียรายงานอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับถนนอย่างน้อย 32 จุด ซึ่งรวมถึงการปิดเส้นทาง ดินถล่ม และสะพานได้รับความเสียหาย ในรัฐปะลิส ปีนัง และเกดะห์
สถานการณ์ความจุของเขื่อนหลายแห่งก็เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเขื่อนคงกอก, เบกอก, มาลุต และตีมะฮ์ ตาโซะห์ ที่ขณะนี้มีระดับน้ำเต็มความจุ 100% ส่วนเขื่อนกูนุง เลดัง มีระดับน้ำอยู่ที่ 98% ขณะที่เขื่อนอื่น ๆ ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 70-95%
ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติแห่งชาติ (NDCC) ได้ยืนยันว่า ปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติยังคงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องในรัฐทางตอนเหนือและชายฝั่งตะวันออกของประเทศอีก 48 – 72 ชั่วโมงข้างหน้า
สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในมาเลเซียตอนนี้เป็นอย่างไร?
สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในมาเลเซียครั้งนี้ถือว่ารุนแรงและส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายรัฐ การอพยพผู้คนจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้
ข้อคิด: เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของเรา การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และการวางแผนป้องกันจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้
ที่มา – อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ “กลันตัน” หนักสุด


