เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วยคณะจากกระทรวง พม. และกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อยกระดับการผลิตด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ยศชนัน ผนึก 3 กระทรวงฯ ลงพื้นที่ “ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ โคราช” ชูเทคโนโลยีผลิตครบวงจร
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ดร.ยศชนันเน้นย้ำถึงความสำคัญของ ยศชนัน ผนึก 3 กระทรวงฯ ลงพื้นที่ “ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ โคราช” ชูเทคโนโลยีผลิตครบวงจร โดยตั้งเป้าหมายหลักคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรทุ่นแรงและลดเวลาในการทำงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
นวัตกรรมเพื่อเกษตรกรไทยในยุคเกษตรอัจฉริยะ
กรมหม่อนไหมได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น:
- ระบบบริหารจัดการน้ำและดินในแปลงหม่อนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
- เครื่องจัดการมูลหนอนไหมอัตโนมัติ ช่วยลดภาระเกษตรกรผู้สูงอายุ
- โปรแกรมตรวจนับไข่ไหมมาตรฐาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกพันธุ์
- นวัตกรรมเครื่องสาวไหมและเครื่องตีเกลียวที่เป็นมาตรฐานระดับสากล
ความสำเร็จของ ยศชนัน ผนึก 3 กระทรวงฯ ลงพื้นที่ “ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ โคราช” ชูเทคโนโลยีผลิตครบวงจร ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการผลักดันให้ผ้าไหมไทยได้รับมาตรฐาน “ตรานกยูงพระราชทาน” อย่างเข้มแข็ง เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนในระยะยาว
นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ดร.ยศชนันยังเน้นย้ำว่า การใช้เทคโนโลยีต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิม เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้ง่ายและใช้ทักษะความชำนาญที่มีอยู่เดิมร่วมกับเครื่องมือสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาชาวบ้านและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมที่สุด
ในมุมมองของผม การบูรณาการในลักษณะนี้คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ หากภาครัฐยังคงเดินหน้าสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของชาวบ้านได้จริงเช่นนี้ เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมหม่อนไหมไทยจะสามารถก้าวกระโดดไปสู่จุดที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยได้อีกมหาศาลครับ
ที่มา – “ยศชนัน” ผนึก 3 กระทรวงฯ ลงพื้นที่ “ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ โคราช” ชูเทคโนโลยีผลิตครบวงจร


