สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวความคืบหน้าเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่น่าสนใจมากมาฝากกันครับ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน รัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนในบ้านเราครับ
ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน รัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ต่อเนื่อง
ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยมีการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เพื่อปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ผลจากการลงพื้นที่อย่างเข้มข้น ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศที่ไม่ได้เสียภาษีได้จำนวนมหาศาล โดยมียอดรวมกว่า 2.2 ล้านมวนเลยทีเดียวครับ
ผลกระทบและมาตรการจัดการกับบุหรี่เถื่อน
ทำไมเรื่อง ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน รัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ต่อเนื่อง ถึงมีความสำคัญมาก? เพราะนอกจากจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตไปนับร้อยล้านบาทแล้ว สินค้าเหล่านี้ยังเป็นการทำลายระบบความเป็นธรรมทางการค้าอีกด้วยครับ สำหรับรายละเอียดผลการจับกุมที่ผ่านมามีดังนี้:
- ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศที่หลีกเลี่ยงภาษีได้กว่า 117,820 ซอง
- คิดเป็นจำนวนมวนทั้งหมด 2,289,000 มวน
- ประมาณการค่าปรับสูงถึง 106,439,490 บาท
นโยบายของรัฐบาลในตอนนี้ คือการกวาดล้างขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำความผิดใช้พื้นที่แนวชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าอีกต่อไปครับ การกระทำของภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า เราจะไม่ยอมให้มีการละเมิดกฎหมายจนส่งผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาว
ผมมองว่าการสกัดกั้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ เพราะบุหรี่เถื่อนนอกจากจะทำลายรายได้ภาษีที่ควรจะนำมาพัฒนาประเทศแล้ว สินค้าที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพยังเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมากกว่าบุหรี่ปกติเสียอีก การที่รัฐบาลประกาศจุดยืน ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน รัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ต่อเนื่อง จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานและความปลอดภัยให้กับสังคมไทย หวังว่ามาตรการนี้จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ผลประโยชน์ของชาติได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ครับ
ที่มา – ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน รัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ต่อเนื่อง


