'ราชินีเมารี' แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ กระชับสัมพันธ์ชนพื้นเมือง-ราชวงศ์อังกฤษ

“ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์

“เต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป” “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นครองตำแหน่ง หลังพระบิดาสิ้นพระชนม์เมื่อปี 2567

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พระนาง เต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป พระราชินีแห่งชาวเมารีของนิวซีแลนด์ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ณ พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน นับเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองพระองค์ หลังจากที่ “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ในฐานะราชินีเมารีคนใหม่ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา คือกษัตริย์กีงงี ตูเฮเตีย ในปี 2567

“ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์

การเข้าเฝ้าครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการทางการ แต่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการกระชับสัมพันธ์ระหว่างชนพื้นเมืองเมารีกับราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งมีรากฐานมาจากสนธิสัญญาไวตางี (Treaty of Waitangi) เมื่อปี 1840 สนธิสัญญานี้ถือเป็นเอกสารก่อตั้งชาติของนิวซีแลนด์ที่กำหนดสิทธิของชาวเมารีและชาวยุโรป โดยราชวงศ์อังกฤษมีบทบาทสำคัญในการรับรองสิทธิเหล่านั้น

โฆษกของราชินีเมารีเปิดเผยว่าการสนทนาระหว่างทั้งสองพระองค์เต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ โดยกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของอดีตกษัตริย์เมารี และแนวทางการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในอนาคต เช่น การอนุรักษ์วัฒนธรรมเมารี การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมภูมิปัญญาชนพื้นเมือง

การต้อนรับจากเจ้าชายวิลเลียมก่อนหน้า

ก่อนหน้า “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ พระนางยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าชายวิลเลียมที่พระราชวังวินด์เซอร์ เจ้าชายแห่งเวลส์ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมแสดงความยินดีที่ได้พบกับราชินีเมารี แถลงการณ์จากสถาบันกีงงีตังกา (Kīngitanga) หรือสถาบันกษัตริย์เมารี ระบุว่าทั้งสองได้หารือประเด็นระดับโลก เช่น ความสำคัญของภูมิปัญญาชนพื้นเมืองในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม

ประวัติและบทบาทของราชินีเมารี

พระนางเต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป ขึ้นครองตำแหน่งราชินีเมารีในปี 2567 สืบทอดจากพระบิดา เป็นราชินีเมารีพระองค์ที่ 2 ต่อจากพระอัยยิกา เต อาริกินุย เดม เต อาไตรังกิกาอาฮู สถาบันกษัตริย์เมารีก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อชนเผ่าเมารีหลายเผ่าร่วมกันเลือกผู้นำศูนย์กลางเพื่อต่อต้านการรุกล้ำของอาณานิคมอังกฤษ ป้องกันการสูญเสียที่ดิน และรักษาวัฒนธรรม

ปัจจุบัน บทบาทของกษัตริย์หรือราชินีเมารีเป็นเชิงสัญลักษณ์และวัฒนธรรม โดยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมารีกว่า 800,000 คนในนิวซีแลนด์ ช่วยส่งเสริมเอกภาพและสิทธิของชนพื้นเมือง

  • จุดเด่นของการเข้าเฝ้า: กระชับสัมพันธ์เกือบ 200 ปี
  • ประเด็นหารือ: อนุรักษ์วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สังคม
  • ความสำคัญ: สานต่อมรดกสนธิสัญญาไวตางี
  • อนาคต: ร่วมมือแก้ปัญหาโลกด้วยภูมิปัญญาเมารี

การเดินทางครั้งนี้ของราชินีเมารี แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิวซีแลนด์กับสหราชอาณาจักร แม้ทั้งสองประเทศจะแยกจากกันทางการเมือง แต่สายใยทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยังคงแน่นแฟ้น นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของการเคารพชนพื้นเมืองในระดับสากล ซึ่งหลายประเทศกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเข้าเฝ้าครั้งนี้ไม่เพียงกระชับสัมพันธ์ราชวงศ์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ชนพื้นเมืองทั่วโลกยืนหยัดในวัฒนธรรมของตน หากคุณสนใจประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองหรือข่าวราชวงศ์ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ กระชับสัมพันธ์ชนพื้นเมือง-ราชวงศ์อังกฤษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: